โอ้สกันอีกครั้ง!! สำหรับในครั้งนี้ข้าพเจ้าจะขอมาพูดถึงหนังที่ได้รับการชมเชยอย่างล้นหลามแต่ข้าพเจ้าเพิ่งจะหยิบขึ้นมาดูอย่าง City of God นั่นแหละ รายละเอียดและคำบ่นๆชมๆของข้าพเจ้าจะเป็นยังไงก็อ่านต่อไปได้เลย เหอๆ

 

 

 

(นี่แหละจ้าหน้าปกของหนังเรื่องนี้ ถ้าเจอตามแผงหนังดีวีดีลดราคาตอนนี้ละก็ข้าพเจ้าขอเชียร์ให้ซื้ออย่างแรง!!)

 

รายละเอียดนิดๆหน่อยๆ - หนังเรื่องนี้ถูกสร้างจากประสบการณ์จริงที่เกี่ยวกับชีวิตของเหล่าผู้คนซึ่งต้องเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาแก๊งค์อันธพาล/ยาเสพติด/อาวุธเถื่อนที่เพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัวในเขตอยู่อาศัยแถบชานเมือง Rio de Janeiro ที่ถูกเรียกว่า Cidade de Deus หรือ City of God อันเป็นที่มาของชื่อเรื่องนั่นเอง โดยข้าพเจ้าบอกได้เลยว่าหนังเรื่องนี้สามารถถ่ายทอดความโหดร้าย/ความเศร้า/ความสิ้นหวัง/ความหวังที่เกิดขึ้นในชีวิตของคนจริงๆได้อย่างน่าสนใจและน่าติดตามจริงๆนั่นแหละ

 

 

 

(ตัวเอก-คนเล่าเรื่องหลักของเราหรือ Rocket หนุ่มน้อยผู้ฝันเป็นช่างกล้องที่เปิดเรื่องมาก็เจอกับความซวยถึงชีวิต ... ข้างหน้าก็แก๊งค์อาวุธครบ ข้างหลังก็ตำรวจเลว )

 

บ่นๆชมๆไร้สาระตามเคยจ้า

- โอ้ววว ชิท!!! นี่มันวัฏจักรนรกชัดๆเลย คนเลวสร้างคนเลวรุ่นต่อไป คนดีก็อยู่ดีๆไม่ได้ แถมยังมีทั้งยาเสพติดทั้งอาวุธเป็นตัวช่วยกระตุ้นให้วัฏจักรนี้แผ่ขยายออกไปอีก อ้ากกกกกกกกก พอรู้ว่าเป็นเรื่องจริงๆยิ่งสยอง

 

 

 

(ยกพวกฆ่ากันไปฆ่ากันมา คนทั่วไปก็มาเข้ากลุ่มเพิ่มไปเรื่อยๆอีก เน่าขึ้นๆๆๆๆ )

 

- ฮากับลีลาเล่าเรื่องของตัวเอกเราสุดๆ เหอๆ ช่างขัดกับเนื้อเรื่องที่ทำร้ายจิตใจซะจริงๆเลยแหะ

-  ตัวละครต่างๆในเรื่องก็ล้วนแต่มีประเด็นที่น่าสนใจทั้งนั้น พูดได้เลยว่าไม่มีตัวประกอบไร้สาระให้เห็นเลยแหละ

- อ้าากกก ก่อนอื่นข้าพเจ้าต้องขอแสดงความเสียใจกับพี่ใจงามอย่าง Knockout Ned อ่ะนะ ฮือๆ พี่เขาก็ไม่ได้อยากทำอะไรโหดๆตั้งแต่แรกนา ฮือๆ โดนซะขนาดนั้นนี่แถมยังมาม่องได้แบบนั้นอีก ฮือๆ

- จริงๆข้าพเจ้ารู้สึกว่าคนอย่าง Benny (พ่อค้ายาที่เป็นคนดีที่สุดแล้ว) นี่แหละที่น่าจะเป็นคนที่ช่วยชะลอวัฏจักรนรกนี้ได้ แต่ก็นะคนที่ไม่เห็นด้วยกับความรุนแรงก็ย่อมอยากจะออกไปจากวังวนนี้มากกว่าจะอยู่เสี่ยงชีพเพื่อแก้ไขอยู่แล้วล่ะ

- ปัญหาอีกอย่างก็คือสุดท้ายแล้วพวกตำรวจก็โกงกินซะอีก!! แล้วต้องทำอีท่าไหนเมืองนี้ถึงจะดีขึ้นได้ล่ะเนี่ย

- อืมมมม ถึงแม้คนอาจจะมองว่าเจ้าเซจ้อยที่อำมหิตมาตั้งแต่เด็กเป็นคนเลวสุดๆ แต่ข้าพเจ้ากลับมองว่าคนแบบเขาเท่านั้นละมั้งที่โหดพอจะรักษากฏให้กับสังคมอันแสนเสื่อมทรามขนาดนี้ได้ (คนอื่นห้ามฆ่า-ห้ามปล้นในถิ่นของตนนิ) ... แต่ปัญหาก็คือเจ้าตัวก็คงจะทำให้สังคมนี่มันแย่ขึ้นไปเรื่อยๆอีกนั่นแหละ

 

 

 

(เฮ้ออออ ทำไมมันโหดตั้งแต่เด็กได้ขนาดนี้เนี่ย ....)

 

- ประโยคไทยๆอย่าง "ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน" ก็น่าจะสื่อถึงชีวิตของพระเอกน่าสงสารของเราได้ดีจริงๆ (พวกค้ายานี่ไม่โดนจับก็โดนเก็บ) เฮ้อออ ดีจริงๆที่อย่างน้อยก็มีคนดีๆหลุดมาเล่าเรื่องได้

 

 

 

(บางครั้งพลังของกล้องถ่ายรูปก็อาจจะมีมากกว่าปืนก็ได้นะ ... แต่คนถ่ายรูปคงจะเสียวชีวิตน่าดู )

 

.... เหอๆ สำหรับครั้งนี้ก็ขอมาบ่นๆชมๆกันแค่นี้ละกันนะ สำหรับเรื่องนี้ข้าพเจ้าต้องขอยอมรับว่ายอดจริงๆรู้งี้ดูก่อนหน้านี้ตั้งนานแล้ว

โอ้สกันอย่างต่อเนื่อง! แหะๆ สำหรับในครั้งนี้ข้าพเจ้าก็จะขอมาพูดถึงความรู้สึกหลังจากที่ดูอนิเม Canaan และอ่านเนื้อเรื่องของเกมส์ซึ่งเป็นที่มาของเรื่องอย่าง 428 จนจบไปเรียบร้อย ... แหะๆต้องขอบอกนิดว่าที่ไม่ได้เล่นเกมส์นี้ก็เพราะไม่มีเวลาไปเล่นอ่ะนะแถมดันไปเจอคนใจดีมานั่งแจงเนื้อเรื่องในแต่ละบทซะละเอียดอีก (เกมส์ก็มีอยู่ในมือแท้ๆ แต่ก็ช่างเหอะ ) ว่าแล้วก็ขอมาบ่นๆชมๆกันเลยละกัน

 

(นี่แหละจ้า ตัวเกมส์ 428 ที่ตอนแรกออกมาบนเครื่อง wii นั่นเอง)

 

เนื้อเรื่องในเกมส์นิดๆหน่อยๆ - ก็ถือว่าเป็น Visual Novel เกมส์นึงที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้สัมผัสมุมมองของเหล่าตัวเอกต่างๆที่ต้องเข้ามาผัวพันกับเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นในชิบูยะ ความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ของเหล่าตัวละครแต่ละตัวที่ถูกแสดงออกในรูปแบบต่างๆนี่แหละที่จะเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขวิกฤติครั้งนี้นั่นเอง ... อ้อ ภายในเกมส์นี้ยังมีบทเสริมที่ได้นักเขียนในดวงใจของข้าพเจ้าอย่างนาซึ คิโนโกะมาเขียนให้จนถูกทำเป็นอนิเมในครั้งนี้ด้วยนะ

 

(ส่วนนี่ก็คืออนิเมเนื้อเรื่องต่อที่ถูกสร้างโดยเปลี่ยนฉากภายในเรื่องและมีการเพิ่มตัวละครใหม่ๆเข้ามา)

 

เนื้อเรื่องคร่าวๆ - สำหรับในครั้งนี้ได้เปลี่ยนฉากของเรื่องมาที่จีนแทนและมุ่งเน้นไปที่ตัวละครนักรบรับจ้างสุดเทพที่ขัดกับรูปลักษณ์ภายนอกอย่างหนู Canaan แทน ความเข้มข้นความมันส์รับรองว่ามีให้ดูอย่างจุใจทั้งการต่อสู้ระดับเหนือมนุษย์ของตัวละครในเรื่อง / แผนการขององค์กรก่อการร้ายนานาชาติ / การระบาดของไวรัสและการแผนการทดลองลับในอดีตนั่นเอง และ อ้อ มีกลิ่นอายยูริแฝงอยู่เต็มเปี่ยมด้วย

 

สรุปความรู้สึกกันเลยละกันนะ *มีสปอยล์ปนๆด้วยนาระวังด้วยล่ะ

- อืมมมม ก่อนอื่นเลยก็ต้องบอกว่าหลังจากได้สัมผัสผลงานทั้งสองแล้วเนี่ยข้าพเจ้าก็พอจะเข้าใจว่า ทำไมมีแฟนๆฝั่ง 428 ที่ไม่ค่อยพอใจกับการมีบทเสริมอันนี้เข้ามา เหตุผลก็คงจะเพราะตัวเกมส์นี่เน้นเรื่องการพยายามไม่ยอมแพ้ต่อความยากลำบากของคนทั่วๆไปแต่ละคนเพื่อพิชิตชะตากรรมอันโหดร้ายในขณะที่บท Canaan มันจะเข้มข้นไปทั้งเรื่องภาษาที่ใช้และโครงเรื่องอย่างสุดขีดนั่นแหละ แน่นอนว่าผลงานทั้งสองส่วนก็นับว่าเป็นสิ่งที่สุดยอดกันทั้งคู่แต่พอมาอยู่ด้วยกันมันเลยตีกันนิดหน่อยมั้ง เหอๆ <= อืมมม อาจจะประมาณว่าคนเล่นต้องสัมผัสกับซูชิรวมรสเลิศกับสตูข้นๆรสเลิศพร้อมๆกันนั่นแหละ

- คุณภาพของเนื้องานของอนิเม Canaan นี่ต้องบอกเลยว่าดีจริงๆ คุณภาพดีตั้งแต่ต้นจนจบ เพลงประกอบก็ดี ภาพในเรื่องก็งามสุดๆ ตรงนี้ต้องขอชมไว้ก่อนเลย

- โอ้วพอดู Canaan แล้ว ไอ้ตอนที่ Alphard อ้างว่าตนชื่อ Canaan ในเกมส์ก็ไม่โกหกซะทีเดียวเนอะ เหอๆ

- น้อง Canaan ของเราเทพจริงๆ คนเขียนก็เข้าใจคิดนะที่ใช้ความสามารถในการรวมสัมผัสต่างๆเข้าด้วยกันผ่านการมองในการสู้เนี่ย

- จริงๆ น้อง Alphard ที่สามารถสู้ได้อย่างใจเย็นและรอบคอบตลอดก็เทพนะ ทำได้ขนาดนั้นทั้งๆที่เสี่ยงตายอยู่เนี่ยนับว่าสุดยอดจริงๆ ... ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงทำให้คุณเธอสามารถสู้กับน้อง Canaan แบบไร้จิตสังหารได้ซึ่งก็เลยทำให้น้อง Canaan ลำบากไปพอสมควรเลย

 

(การต่อสู้ประหัดประหารของสองสาวที่เป็นตัวหลักของเรื่อง)

 

- น้องมาเรียนี่บทนางเอกจริงจริ้ง เฮ้อออออ ก็พอจะเข้าใจว่าคุณเธอตั้งใจทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้แล้วนะ แต่บทมันก็เน่าๆตามสูตรยังไงก็ไม่รู้อ่ะ ... อ้อ แต่ตอนคุณเธอใส่หัวตุ้กตาแมวนี่ทำเอาฮาเหมือนกัน ...ไอ้เราก็นึกว่าคุณเธอจะนึกทุกอย่างออกตอนนั้นนะเนี่ย อิๆ

 

(อ่ะนะ แต่มาเป็นนางเอกเพิ่มพลังยูริในเรื่องก็โอเคแหละ อิๆ )

 

- อ้าก  อิจฉา Siam จริงๆเป็นพวกเลี้ยงต้อยแท้ๆ (ทำสองรอบอีกต่างหาก) แต่บทในเรื่องก็อย่างเท่ห์แถมถูกพูดถึงจากทั้งสองสาว Canaan ตลอดเรื่องอีกต่างหาก

- โอ้วววว Hakko Hakko Hakko สาวเสียงมรณะ สวยขนาดนี้ ได้โนโตะมาพากษ์ให้อีก แต่ทำม้ายยยบทมันเศร้าขนาดนี้เนี่ย ... ทำเกินไปหน่อยม้างงง ฮือๆ

 

(หนึ่งในคู่ตัวประกอบที่ข้าพเจ้าชอบในเรื่อง ... ฮือๆ)

 

(ข้าพเจ้าจะขอจำคุณเธอในโหมดหูแมวตลอดไปละกันนะ )

 

- อ้ากกก เกลียดยัยตัวแสบ Liang Qi จริงๆเลย คลั่งรัก Alphard อยู่ได้ โวยวายตลอดน่ารำคาญสุดๆ แถมยังไปแกล้ง Hakko ซะอีก อ้ากกกก เกลียดจริงๆ ... แต่ก็อึ้งว่าคุณเธอเองก็ดังในหมู่คนญี่ปุ่นเหมือนกันนะ ... สงสัยพวกนั้นเป็น M ขนาดหนักแหงๆ

 

(ชิ นานๆทีข้าพเจ้าจะเกลียดตัวละครได้แบบนี้นะเนี่ย )

 

- โอ้ว Cummings แกแมนจริงๆ โดนยัย Liang Qi ทำโน่นทำนี่สารพัดแต่ก็ยังยึดมั่นกับความรักเพียงหนึ่งเดียวในใจได้ซะขนาดนั้น ... มุ่งมั่นขนาด Alphard ยังประทับใจเลยมั้ง เหอๆ

- อ้อ ต้องบอกว่าตกใจนิดหน่อยในฉากที่เห็นรถที่มีคุณพ่อของมาเรียนั่งอยุ่ระเบิดด้วย!!! เฮ้ยยจะฆ่าตัวละครจากเกมส์หลักเลยเรอะ ... แต่พอดูต่อไปก็โอเคนะ เหอๆ

 

... แหะๆ สรุปง่ายๆว่า Canaan เป็นอนิเมสุดมันส์สุดเท่ห์ที่ดีเรื่องนึงเลยแหละ ต่อให้ไม่เคยเล่นเกมส์ 428 ก็หามาดูได้จ้า แถมถ้าชอบก็อาจจะไปหาตัวเกมส์มาเล่นทีหลังก็ได้ รับรองว่าจะประทับใจกับเนื้อเรื่องดีๆในอีกรูปแบบหนึ่งแน่ๆ

โอ้สกันเช่นเคยจ้า!!! (ระยะเวลาอัพบล็อกเริ่มห่างขึ้นเรื่อยๆ -_-;) สำหรับในครั้งนี้ข้าพเจ้าจะขอมาพูดถึงเกมส์บน PC ที่ข้าพเจ้าพึ่งไปซื้อมาอย่าง Djmax Trilogy ที่ออกมาได้นานพอสมควรแล้วนั่นแหละ ว่าแล้วก็ขอมาบ่นๆชมๆกันถามเคยดีกว่า อิๆ

 

 

 

(นี่แหละจ้าตัวเกมส์ที่ซื้อมา ... หนาและหนักกว่าที่คิดแหะ )

 

รายละเอียดนิดๆหน่อยๆ -  ภาคนี้ก็เป็นการรวมเพลงในภาคก่อนๆสมชื่ออ่ะนะแต่ก็ยังมีเพลงใหม่ๆถูกเพิ่มเข้ามาเฉพาะในภาคนี้ด้วยเหมือนกัน โดยนอกจากเล่นแบบออฟไลน์ในโหมดต่างๆอย่าง Stage mode, Mission mode, Freestyle mode แล้วผู้เล่นก็ยังสามารถเล่นแบบออนไลน์สร้างห้องแข่งกับเพื่อนๆได้เหมือนกันนา อิๆ บอกได้คำเดียวว่าคุ้มจริงๆ

 

 

 

(พอคลี่มาปุ้บก็เจอทั้งคู่มือ/แผ่นเกมส์/usb profile key/แผ่น Ost สองแผ่น ... เยอะดีจริงๆวุ้ย )

 

 

 

(นอกจากคู่มือจะอธิบายถึงรายละเอียดของตัวเกมส์แล้วก็ยังมีพวกเนื้อเพลงต่างๆด้วย )

 

 

 

(นอกนั้นก็มีพวกโปสการ์ดสวยๆและใบบอกรหัสประจำตัวของผู้ใช้ <= เอาไปสมัคร Platinum Crew รึเปล่าหว่า )

 

สรุปความรู้สึกกันนิดหน่อย

- รู้สึกคุ้มมากเลยที่ซื้อเพราะมันมี Ost กับคู่มืออย่างดีมาให้นี่แหละ สำหรับแฟนๆ Djmax นี่ห้ามพลาดเด็ดขาด!

- แต่ขอบ่นนิดว่าตัวยึดแผ่น Install Disc มันทำมาไม่ค่อยดีแหะ พี่แกเล่นทากาวติดฟองน้ำไว้เฉยเลย

- แน่นอนว่าถึงจะรำคาญนิดหน่อยที่ต้องใช้ Usb Profile Key ในการเล่น แต่ข้าพเจ้าก็พอจะเข้าใจหัวอกของทาง Pentavision ที่ต้องการจะกันพวกโหลดเถื่อนมาเล่นอ่ะนะ

- ชิ ทำไมตัวเกมส์ถึงบังคับให้เล่นแต่แบบ Full Screen หว่า ทางนี้ก็ลองๆหาโปรแกรมพวก d3dwindower มาลองแล้วแต่ไม่เวิร์คแหะ

- โอ้ เล่นแบบเต็มจอเห็นภาพใหญ่ๆชัดๆนี่มันสะใจจริงๆ ดีที่ตัวเกมส์ยอมให้เราเลือกแบบ wide mode ได้ด้วยนั่นแหละ

- อืม สงสัยเล่นภาคอื่นๆบน PSP มากไปหน่อยแหะ ท่าทางคงต้องใช้เวลาซักหน่อยถึงจะชินกับการใช้คีย์บอร์ดแบบนี้ อ้อ แน่นอนว่าข้าพเจ้าไม่มีปัญญาไปซื้อแท่น Muse-On มาเล่นหรอก เหอๆ

- ในส่วนของการออนไลน์ก็ทำได้ดีเลย ทั้งระบบแอดเพื่อน สร้างห้อง คุยกันทั้งแบบกระซิบและคุยกันทั้งห้อง พอเห็นอีกฝ่ายกด Fever ได้ก่อนนี่กดดันดีจริงๆ เหอๆ อ้อ คนชนะก็ได้เงินได้แต้มเพิ่มกว่าตอนเล่นแบบออฟไลน์ด้วยนา

 

.... เหอๆ สำหรับครั้งนี้ก็จะบ่นๆชมๆไว้แค่นี้แหละ ยังไงก็ขอทิ้งท้ายไว้กับตัวอย่างการเล่นของเกมส์นี้ละกันนะ