โอ้สกันอีกครั้ง! หลังจากหายหัวไปนานตามเคย (เหตุผลก็เหมือนเดิม ... ) สำหรับในครั้งนี้ ข้าพเจ้าจะขอมาเล่าเกี่ยวกับงาน Comic World ที่ข้าพเจ้าได้ไปตะลุยมาที่เกาหลีนั่นเอง (รูปเยอะนิดหน่อยนะ อิๆ)

 

หรือว่านี่มันคือชะตาฟ้าลิขิต? - แฮ่มๆ ก่อนอื่นต้องขอเล่าให้ฟังก่อนนิดว่า ข้าพเจ้าเพิ่งมารู้ว่างาน Comic World ครั้งที่ 76 นี้มันจัดขึ้น ณ วันเสาร์-อาทิตย์ ที่ 14-15 เอาตอนวันศุกร์ที่ 13 ที่ผ่านมานั่นแหละ! พอเห็นแบบนี้แล้วก็เลยตัดสินใจ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ขอไปลุยงานนี้ซักทีนึงละกันฟะ (เคยได้ยินเกี่ยวกับงานนี้มาหลายต่อหลายครั้งแล้วด้วย) เผื่อจะได้ไปเปรียบเทียบกับงาน Comic Market ของพี่ยุ่นเขาโน่น ... (พูดแล้วคิดถึงญี่ปุ่นขึ้่นมาเลยวุ้ย )

Ps. บอกก่อนนิดว่างาน Comic World นี่มันมีหลายครั้งต่อปีนะ (เดือนหน้าก็มีอีก) เพราะฉะนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรที่ข้าพเจ้ามาบังเอิญรู้เข้าตอนนี้ <= พูดเกริ่นให้มันฟังดูเวอร์ๆไปงั้นแหละ อิๆ

 

เกี่ยวกับสถานที่จัดงานและบรรยากาศโดยรอบ - งาน Comic World ในครั้งนี้ถูกจัดขึ้นในเมืองหลวงโซล ณ ตึก SETEC (ติดกับสถานีรถไฟฟ้า Hangnyeoul) โดยข้าพเจ้าตัดสินใจไปถึงที่งานตอน 9 โมงเช้า เพราะรู้มาว่างานเริ่มตอน 10 โมงครึ่ง (ทำใจเจอคิวยาวไว้ล่วงหน้าแล้วด้วย... แต่เอาน่าคนคงไม่เยอะหรอก มีตั้งหลายครั้งต่อปีนิ) พอไปถึงจุดหมายก็พบว่าถึงแม้จะมีคนมาต่อแถวบ้างแล้ว แต่ก็นับว่าไม่เยอะเท่าไหร่ (แต่ตอนไป Comic Market นี่ขนาดไปถึงตอนตีห้ากว่าๆ ยังเจอกลุ่มคนที่นั่งรออย่างมากมายมหาศาลมืดฟ้ามัวดิน ) จุดที่แตกต่างอีกอย่างก็คือ ถึงแม้ในระหว่างทางข้าพเจ้าจะเจอคนที่แต่งคอสเพลย์มาล่วงหน้าบ้างคนสองคน แต่คนส่วนใหญ่กลับแต่งตัวเป็นผู้เป็นคนอย่างเหลือเชื่อ จนเรดาห์ค้นหาโอตาคุของข้าพเจ้าแทบจะใช้การไม่ได้เลย

Ps. คำว่าโอตาคุในความเข้าใจของคนเกาหลี นอกจากจะแปลว่าเสื่อมๆ บ้าการ์ตูนเข้าขั้นแบบที่เราๆรู้กันแล้ว ยังมีความหมายแฝงในเชิง "ไอ้คนทรยศชาติ" "ไอ้พวกบ้าวัฒนธรรมญี่ปุ่น" อะไรทำนองนั้นด้วย ... พอมารู้เข้าแบบนี้ ก็เลยไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ที่คนที่นี่เขามักจะเป็นโอตาคุซ่อนเร้นกันหมดอ่ะนะ ....

(นี่แหละจ้า เจ้าตึก SETEC ก่อนเวลาเข้างานชั่วโมงครึ่ง ... มีการต่อคิวยาวขนานไปกับกำแพงตึก แต่ยังไม่เยอะขนาดเป็นงูเลื้อยเต็มลานจอดรถ)

(ยืนรอไปรอมา คนเริ่มเยอะแฮะ ...)

(พอถึงเวลาใกล้เปิดงานคนถึงโผล่กันมาเพียบเลย!)

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่สังเกตุได้ขณะยืนรอเข้างาน - ก่อนอื่นเลยคือบางคน (ที่ส่วนใหญ่เป็นเหล่าเลเยอร์) เขาจะถือป้าย "Free Hug" แล้วก็เดินไปเดินมา บางครั้งบางคราวก็จะมีคนเข้ามากอดทักทายกันขำๆ น่ารักๆ <= ดูแล้วรู้สึกเป็นกันเองดีจังเลยแฮะ (สาวๆสวยๆ คอสชุดเจ๋งๆ ถือป้าย Free Hug ก็มีนา ... แต่ข้าพเจ้าขอยืนรอในคิวเงียบๆดีกว่า อิๆ)

เรื่องที่ฮิตๆกันในเกาหลี - Hitman Reborn (สาวๆที่นี่คลั่งกันแบบออกหน้าออกตา ย้ำว่าเป็นเอามาก), ฺD.Grey-Man (มากันทีเป็นกลุ่ม ของประกอบก็ทำได้เนียน), Bleach (มากันยกทีม ขนาดเหล่าอารันคาร์ก็มี) Rozen Maiden (เจอกลุ่มนึงที่คอสได้เนียนมากๆ จนสงสัยถึงอายุของเหล่าเลเยอร์จริงๆ ... หน้าเด็กมากๆ ตัวก็เล็ก ชุดก็มีคุณภาพ เหมือนในการ์ตูนสุดๆ), Haruhi (เจอคนนึงคอสเป็นนางาโต้ได้เนียนมากๆ แถมนั่งอ่านหนังสือเงียบๆอีกต่างหาก [ท่าอ่านก็เหมือน] ... อินในบท หรือแค่อ่านหนังสือฆ่าเวลาก็ไม่รู้ ), Vocaloid (ทั้งมิกุและริน), TouHou (โอ้พระเจ้าช่วย ท่านยูยูโกะ มาเองเลยวุ้ย เป็นบุญตาจริงๆ ... เรย์มุ, มาริสะ ก็มากันครบนา), Code Geass (เห็นไอ้โม่งคลุมผ้ากลางแดดร้อนๆนี่นึกออกทันทีเลย - ชุดของเจ้าลู่, C.C., เจ้าสุ ก็เป็นแบบในภาค R2 แล้วด้วยนะ), Nanoha ก็มี (แน่นอนว่ามีถึงภาค Strikers), Higurashi, Fate/Stay Night, FMA, One Piece, Naruto (โหลๆตามสูตร) <==== ขออภัยที่ไม่ได้กระโดดออกจากคิว ไปขอเขาถ่ายรูปมาประกอบคำอธิบาย (ตอนนี้ขอซื้อโดจินที่เล็งไว้ก่อนละกันน้าาา )

อัตราส่วนของหญิงต่อชายที่น่าแปลกใจ - เท่าที่สังเกตุดู คนที่มาที่นี่ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงแฮะ (60-65%) เลยทำให้บูทส่วนใหญ่เอาใจสาวๆกันทั้งนั้น .... แต่บูทที่วาดเอาใจหนุ่มๆก็มีเยอะนะ แถมคนวาดก็เป็นผู้หญิงด้วย (เห็นแล้วนึกถึงเรื่อง Doujin Work )

 

สภาพภายในงาน - พูดได้คำเดียวว่าเล็กกว่าที่คิดไว้! ... แค่ประมาณ 1 ใน 10 ของ Comike เลยด้วยซ้ำมั้ง (แต่อย่าลืมว่าเขามีหลายครั้งต่อหนึ่งปี - พี่ยุ่นเขามีแค่ตอนฤดูร้อนกับฤดูหนาว สองงานแค่นั้นเองนะ) ถ้าเอาจำนวนโดจินที่ขายในงานทั้งหมดตลอดทั้งหนึ่งปีมารวมกัน ก็คงจะพูดได้ว่าเยอะเหมือนกันมั้ง (อ้อ ต้องเสียค่าเข้า 4,000 won ด้วยนะ)

จุดที่ชอบเกี่ยวกับสภาพของแต่ละบูท - คือเขาจะสร้างซุ้มง่ายๆ โดยบางบูทก็จะเอาตัวอย่างของขายพวกเข็มกลัดมาติดไว้พร้อมราคา แต่ถ้าเป็นบูทโดจินก็จะเอาโปสเตอร์ใหญ่ๆงามๆ (ที่อยากไปคุกเข่าขอซื้อกลับบ้าน) มาติดไว้แทน

(แน่นอนว่าในตอนแรกทุกคนต่างก็รีบวิ่งไปหาบูทที่ตนเล็งไว้ก่อน <= เฮ้ยๆ ตรูเองก็ต้องรีบเหมือนกันนี่ฟ่า จะมามัวถ่ายทำไมฟระ )

(เหล่าสินค้าทำเองต่างๆนาๆ - เข็มกลัด, ถุงผ้า, ถุงพลาสติก, ที่ห้อยกระเป๋า, ที่ห้อยกุญแจ, โปสเตอร์, โปสการ์ด, ที่รองเขียน, ที่รองโต๊ะทำงาน, ที่คั่นหนังสือ ฯลฯ .... บ้า มิกุกันใหญ่เลยนะพวกเอ็ง <= จะมีซักกี่คนที่บ้าขนาดที่มานั่งหัดใช้ Cakewalk แบบข้าพเจ้ามั่งมั้ยเนี่ย )

(เหล่าสินค้าทำมือที่มีให้เลือกซื้อกันจนเลือกไม่ถูก!)

(ทำไมคนที่นี่เขาฮิต Reborn กันอย่างบ้าคลั่งขนาดนี้ก็ไม่รู้แฮะ บูทไหนที่ขายเกี่ยวกับเรื่องนี้ รับรองคนต่อแถวตรึม ... โด Y ก็มีให้เห็นพอสมควร)

(บูทที่ลายเส้นงามๆโดนใจข้าพเจ้าก็มีเยอะแยะ)

(เห็นลายเส้นงามๆแบบนี้ แต่คนขาย [และน่าจะเป็นคนวาดด้วย] กลับเป็นสาวๆแฮะ )

(วู้ฮู้! อดยิ้มไม่ได้ที่เห็นบูทเกี่ยวกับโทโฮ )

(บูทขายโปสเตอร์ขนาดเล็ก [stick poster] จากอนิเมและเกมส์ชื่อดังก็มีเยอะแยะ <= แน่นอนว่าทุกคนโดยรอบก็วิ่งกันหย่ายยยย ... มีข้าพเจ้าเป็นกะเรี่ยงวิ่งไป [ซื้อโดฯ] พร้อมๆกับถ่ายรูปอยู่คนเดียว)

(น่านนนนน พูดถึงโดYทั้งที จะขาดคู่นี้ไปได้ยังไง)

(ตอนที่ถ่ายรูปนี่งานเพิ่งเปิด เพราะฉะนั้นบางบูทเขายังเตรียมตัวกันอยู่เลย <= ชิ ผิดแผน ต้องรีบวิ่งไปเป้าหมายต่อไปซะแล้ว)

(ดังจริงๆน้า หนูมิกุ )

(อะไรก็ไม่รู้ ไม่แน่ใจแต่เห็นน่ารักดีก็เลยถ่ายๆมา)

(วู้ฮู้!!! หนึ่งในเป้าหมายหลักในวันนี้ โดฯของท่านโฮโรนั่นเอง )

(น่าน ขนาดเคียวโกะ[เจ้าเคียวน์เวอร์ชั่นโดนสลับเพศ] ก็มีให้เห็น <= ทันยุคทันสมัยใช้ได้นี่)

(อ้าก อยากจะขอซื้อโปสเตอร์พวกนี้กลับบ้านจริงจริ้งงงงง)

(บูทขายของเอาใจสาวๆก็มีเยอะแยะตามเคย)

(ขนาดไรเดอร์เด็นโอก็ยังไม่เว้น! )

เกร็ดเล็กน้อยเกี่ยวกับบรรยากาศภายในงาน - โดนสต้าฟมาเตือนว่าไม่ให้ถ่ายรูปอ่ะ! (ทั้งๆที่กดแหลกไปตั้งเยอะแล้วเนี่ยนะ) ตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่าไม่ให้ถ่ายแค่บางบูท (ที่มีสัญลักษณ์ห้ามถ่ายรูป) หรือไม่ให้ถ่ายทุกบูทเลยก็ไม่รู้แฮะ ... อ้อ ส่วนเรื่องมารยาทในการขอหยิบอ่านก่อน การต่อแถวซื้ออะไรพวกนั้นก็เป็นตามปรกติแหละ (ขนาดข้าพเจ้าพูดอะไรไม่ได้เลยแม้แต่นิด ก็ยังซื้อของได้อย่างสบายใจ)

เกี่ยวกับของที่ขายในงาน - ประมาณ 95% เป็นพวกโดจินกับพวกสินค้าทำมือจากการ์ตูนและเกมส์ชื่อดัง อย่างอื่นพวก เกมส์ทำเอง (มีอันนึงหน้าปกเป็นสาวๆสามคน .. สาวผมดำมาดเท่ห์ตามเคย ดูๆแล้วพลัง Yuri กระจาย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อเพราะเห็นว่าเป็น Vol.2 แถมตอนนี้ข้าพเจ้ายังอ่านเกาหลีแทบไม่กระดิกเลยด้วย), DramaCD ทำเองอะไรพวกนั้นนี่มีน้อยมากๆเลย ...

 

กิจกรรมอื่นๆนอกจากการขายโดจิน - เขาใช้พื้นที่ใน Hall B สำหรับเป็นเวทีการแสดง (Hall A กันไว้สำหรับขายโดจิน), โชว์ผลงานของนักวาดสมัครเล่น + รูปเหล่าเลเยอร์ให้เราได้โหวตกัน สำหรับใครที่หมดแรงจากการซื้อโดจิน ก็สามารถมานั่งพักฟังเพลงในส่วนนี้ได้จ้า

(ระหว่างนั่งรอเขาก็จะมี Op&Ed ของ อนิเมดังๆตั้งแต่ Wedding Peach จนถึงของใหม่ๆอย่าง Code Geass R2, Macross Frontier ด้วยซ้ำ ... ขนาด Op ในเกมส์ของ Lucky Star หรือ เคโรโระก็มี <= เพื่อนที่ไปด้วยบอกว่า ตูเสียใจกับเอ็งจริงๆฟะที่รู้จักหมดเนี่ย ... <= หมายความว่าไงฟะ! )

(อีเวนท์อย่างอื่นก็มีพวกเชิญนักวาดการ์ตูนชื่อดังมาตอบคำถาม ... แต่เนื่องจากข้าพเจ้าไม่รู้จักซักกะนิด เลยไม่รู้จะเฮไปกับเขายังไง )

 

สภาพภายนอกงานตอนใกล้จบวันแรก - บอกก่อนนิดว่าเนื่องจากข้าพเจ้าออกมาตอนสายๆแล้ว เลยทำให้เหล่าเลเยอร์บางส่วนเริ่มกลับกันหมดแล้วนั่นแหละ ... ไว้คราวหน้าจะถ่ายรูปของเหล่าเลเยอร์สวยๆมาให้ดูละกันนะ

(โอ้ะๆ ที่เห็นแว้บๆนั่นคือจากเรื่อง Chobits ใช่รึเปล่าหว่า)

(คนเริ่มทยอยกันกลับ....)

(ไว้คราวหน้าจะมาใหม่นะ ลาก่อนชั่วคราวเจ้าตึก SETEC)

 

ประมวลสิ่งที่ได้กลับมาจากงาน Comic World (เสียเงินไปราวๆ 30,000 - 35,000 Won)

- ตราประทับที่มือตอนเข้างาน (ใช้ตอนจะขอกลับเข้ามาในตึกอีกครั้ง) ที่ไม่แน่ใจว่าเป็นตัวละครจากเรื่องอะไร (คนปั้มดันใช้หมึกเยอะเกิน ) ติดแน่นทนทานเหมือนกัน อาบน้ำไปรอบก็ยังอยู่ดีมีสุข <= ติดมือไปเป็นเดือนเลยก็ได้เฟ้ย คนมันภูมิใจซะอย่าง!

(ตัวละครจากเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ถ้าหมึกไม่เยอะขนาดนี้ก็คงจะดูน่ารักดีอยู่หรอก... <= มองแต่ตราประทับนะ ไม่ต้องไปมองมือของข้าพเจ้าหรอก )

 

- Catalog และตั๋วเข้างาน .... ลายเส้นหน้าปกสวยใช้ได้เลยวุ้ย

(นี่แหละจ้าสาวน้อยหน้าปกประจำงานในครั้งนี้ ... น่าร้ากกกก )

(รวมข้อควรระวังต่างๆในการเข้าร่วมงาน Comic World เช่น ห้ามนำเอาสัตว์เข้ามา หรือ ห้ามขายโดจินโป๊ให้เด็กเป็นต้น [ต้องอายุ 19 ปีขึ้นไปเท่านั้น] .... แต่ไม่ได้ห้ามขายโดจินโป๊แฮะ!!!)

(ตัวอย่างบูทต่างๆ ... Catalog บางจัด! <= ถ้าเป็น Comike นี่หนาขนาดฟาดหัวคน [แบบไม่ต้องม้วน] ได้เลย ... พี่ยุ่นเขามีแบบ cd ให้ก็ไม่ยอมซื้อ )

- เหล่าถุงผ้าลายการ์ตูนต่างๆ ... ซื้อมากะจะใช้เพื่อประกาศความเป็นโอตาคุซะหน่อย แต่โดนเพื่อนจากอินเดียมาพูดให้ฟังว่า สำหรับคนที่ไม่รู้จักตัวละครพวกนี้แล้วเนี่ย ... มันถุงผ้าของผู้หญิงชัดๆ!! <= ย้ากกกกก ใครเห็นด้วยไม่เห็นด้วยยังไง ช่วยมาบอกที เพราะตอนนี้ไม่กล้าใช้แล้วแฮะ <= คนในงานเขาก็ใช้กันเยอะแยะนะ (ใส่โดจินกันทั้งนั้น)

(เหล่าถุงผ้าจาก Vocaloid, Fate, Touhou ... วู้ฮู้!! ขอตะโกนดังๆให้กับถุงผ้าโทโฮแบบไม่รู้สาเหตุ!!)

(เหล่าถุงผ้าจากเรื่อง Shana, Fate, แล้วก็ Touhou อีกเช่นเคย ... วู้ฮู้!!! ท่านพาชูลี่!!! <= สติแตกชั่วคราว)

- เหล่าโดจินที่ไปไล่ซื้อมา (ได้โปสการ์ดโทโฮเป็นของแถมด้วย) ... หนึ่งในนี้มีอันนึงเป็น 19up ด้วยนะ อิๆ (ซื้อเพราะอยากรู้ถึงขีดจำกัดม่านหมอกศีลธรรมของที่นี่อะนะ) <= บูท 19up พวกนี้เขาจะเอาสก็อตเทปติดที่เล่มตัวอย่างไม่ให้เปิดอ่าน (แล้วจะวางไว้ทำไมฟะ) พอจะซื้อก็โดนถามคำถามบ้าอะไรก็ไม่รู้ หลังจากแกล้งเนียนทำเป็นคนญี่ปุ่น (ให้เขาเหวอเล่นๆ) ก็ได้ความว่าเขาถามปีเกิดนั่นแหละ (ตรูว่าแล้ว บ้าการ์ตูนเข้าขั้นมีรึจะไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นแม้แต่นิด) ... พูดได้เลยว่าทั้งฝีมือและคุณภาพของรูปเล่มนี่ทัดเทียมกับญี่ปุ่นได้เลยนะเนี่ย!!!

(สรุปเหล่าโดจินที่ไปหิ้วกลับมา )

(ตัวอย่างภาพจากโดจินของท่านโฮโร เป็นสมุดภาพสีทั้งเล่ม ... มีภาพที่เสี่ยงกับขีดจำกัดศีลธรรมอยู่นิดหน่อย เลยขอเอาที่มันเซฟๆมาลงละกันนะ )

(ตัวอย่างภาพจากโดจินแก๊กจากเกมส์โทโฮชื่อดัง ... คนจีนxเมดยัด Pad [... ใครไม่เข้าใจก็ผ่านๆไปเหอะ] ก็โอเหมือนกันนะ <= คนขายเล่มนี้ คุณเธอมีหนังสือรวมข้อมูลตัวละคร และรวมข่าวในโลกเก็นโซเคียวทั้งสองเล่มด้วยนะ )

 

สรุปความรู้สึกเกี่ยวกับ Comic World - เป็นการจุดประกายความหวังให้กับข้าพเจ้า ที่เริ่มสิ้นหวังกับการหาเพื่อนโอตาคุในเกาหลี (ยิ่งพอรู้เหตุผลประกอบแล้วยิ่งสิ้นหวัง) เอาว่าอย่างน้อยๆก็มีคนอยู่กลุ่มนึง (กลุ่มใหญ่ด้วย) ที่รู้เรื่องเกี่ยวกับการ์ตูนญี่ปุ่นจริงๆซะทีเฮ้อ <= ร้องเพลงภาษาญี่ปุ่นกันได้เฉยเลย

Ps. แต่ซีรีย์ดังๆ (อย่างน้อยข้าพเจ้าก็ซื้อโดจินจากเรื่องพวกนี้ด้วยอ่ะนะ) อย่างอื่นเช่น KimiKiss, IdolMaster, Valkyrie Profile, Xenosaga และจากเกมส์จีบหญิงอื่นๆที่ไม่นับพวกที่มาจาก Type-Moon กลับไม่เห็นแม้แต่วี่แววเลยแฮะ สงสัยโดจากเกมส์จะไม่รุ่งละมั้งเนี่ย

Ps2. รู้สึกเจ็บใจนิดๆที่รู้แต่แหล่งโหลดโดจินของญี่ปุ่น ทั้งๆที่โดจินของเกาหลีนี่ก็ยอดเหมือนกันนะเนี่ย!!

โอ้สกันอย่างต่อเนื่องอีกแล้ว! (เพราะไม่รู้ว่าจะมีเวลามาอัพบล็อกอีกทีเมื่อไหร่ ) สำหรับในครั้งนี้ข้าพเจ้าจะขอมาพูดถึงสถานที่วิจัยเกี่ยวกับเกมส์ที่เกาหลี (ซึ่งจะกลายเป็นที่สิงสู่ของข้าพเจ้าตลอดระยะเวลาหกเดือนนี้นั่นแหละ ) โดยเหตุผลที่ยกเรื่องนี้ขึ้นมาเขียน ก็เพราะที่นี่มันมีอะไรดีๆหลายอย่าง ที่ข้าพเจ้าอยากให้มีแบบนี้บ้างในไทยอะนะ (ถ้าจะทำก็ไม่ยากหรอก ... คิดว่างั้นอ่ะนะ )

 

สถานที่ๆข้าพเจ้ามาวิจัยเกี่ยวกับเกมส์ที่เกาหลี - สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่า "KOGIA" (Korea Game Industry Agency) ซึ่งมีที่ตั้งอยู่แถวๆ Nonhyeon ภายในโซล - เมืองหลวงของเกาหลีนั่นเอง <= อยากจะขอบ่นนิดว่ารอบๆตึกดันมีแต่ร้านขายเฟอร์นิเจอร์เต็มไปหมด ... หาร้านอาหารถูกๆกินยากชิบ

(นี่แหละจ้า สภาพภายนอกของตึกที่ข้าพเจ้าจะมาสิงสู่ตลอดหกเดือนนี้ )

(ส่วนนี่ก็ป้ายหน้าตึก ... ดูแล้วก็ธรรมดาๆเนอะ )

(ส่วนนี่ก็ป้ายต้อนรับตอน Orientation นั่นแหละ ไม่มีอะไรมาก อิๆ)

.... จริงๆหน่วยงานนี้เขามีหน้าที่รับผิดชอบหลายอย่างอ่ะนะ ถ้าจะให้ยกตัวอย่างก็มีพวกจัดงานสัมนาเกี่ยวกับเกมส์ เปิดสอนหลักสูตรพัฒนาเกมส์ต่างๆนาๆอะไรพวกนั้น โดยจุดที่ข้าพเจ้าอยากจะเน้นในครั้งนี้คือทรัพยากรต่างๆที่เขามีให้นักเรียนต่างหาก! ถ้าสนใจก็อ่านต่อไปได้เล้ย

แหล่งทรัพยากรสำหรับการพัฒนาเกมส์ที่พร้อมสรรพ! ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนนิดว่าตอนนี้เขากำลังปรับปรุงในส่วนของห้องสมุด เพราะฉะนั้นมันก็อาจจะดูรกๆไปหน่อยนะ แหะๆ

(นี่แหละจ้าสภาพของห้องสมุดที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูล + เกมส์ต่างๆนาๆให้นักเรียนทุกคนมาสามารถมาเลือกไป "ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม" ได้ )

(ที่ชั้นก็มีนิตยสารเกี่ยวกับเกมส์ อนิเม พลาโมต่างๆนาๆเช่น Hobby Japan, Megami, Newtype, Famitsu Wave! เป็นต้น โดยเนื่องจากตอนนี้ข้าพเจ้าตีซี้กับเจ้บรรณารักษ์เรียบร้อย เพราะดันไปเสนอตัวช่วยจัดห้องสมุดที่เละเทะจนทนรับสภาพไม่ไหว + ระเบิดพลังเรื่องความรู้ด้านภาษาญี่ปุ่น + ความเป็นโอตาคุเข้าขั้นไร้ทางเยียวยา เลยทำให้ข้าพเจ้าจะได้ฉบับใหม่ๆของนิตยสารเหล่านี้ ไปนอนอ่านที่บ้านก่อนเพื่อน อิๆ <= สงสัยเพราะมีไม่กี่คนในนี้ที่อ่านญี่ปุ่นออกละมั้งเนี่ย <= ลาก่อนคิโนฯที่ประเทศไทย เพราะอยู่นี่ข้าพเจ้าไม่ต้องเสียเงินซื้อซักแดง แถมได้อ่านอย่างเร็วอีก )

(สภาพที่นั่งของเจ้บรรณารักษ์เขา ... สงสารเขาเหมือนกันนะที่ทางนี้ให้คนๆเดียวดูแลห้องสมุดทั้งห้องเนี่ย <= แถมเจ้เกชอบเอาโปสเตอร์รูปใหญ่ๆจาก Megami ไปติดตามที่ต่างๆซะด้วยแน่ะ! ตลกดีแฮะ)

(มีหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น [แปลเป็นเกาหลี] ให้อ่านอย่างจุใจ ... อยากจะเขกหัวตัวเองที่ดันซ่าไปซื้อการ์ตูนมาอ่านซะนี่ ของฟรีๆอยู่ใกล้ตัวแท้ๆ <= เนื่องจากเส้นใหญ่ อยากจะยืมนานแค่ไหน มากแค่ไหนก็ได้ ฮ่าๆ <= แต่คนที่มาช่วยจัดก็คงจะเป็นข้าพเจ้านั่นแหละ )

(ตัวอย่างหนังสือต่างๆทั้งเก่าและใหม่ปะปนกัน ... มีเล่มนึงที่ข้าพเจ้าจงใจใส่เข้ามา ดูแล้วรู้มะว่าเป็นเล่มไหนอิๆ <= หนังสือ illust ต่างๆไม่ว่าจะเป็นของฝรั่ง [รวมผลงานของนักวาดชื่อดังที่คุ้นๆเหมือนเคยวาดรูปในการ์ด Magic the gathering ก็มี] หรือของญี่ปุ่น [Fanbook ของเกมส์จีบหญิง ... แต่เท่าที่เจอตอนนี้เป็น Fanbook ของเกมส์นั้นๆในเวอร์ชั่น PS2] ก็มีให้อย่างครบครัน )

(หนังสืออ้างอิงทางประวัติศาสตร์ + อาวุธต่างๆ ก็มีให้อย่างพร้อมเพรียง <= ใครอยากเอาไปใช้เป็นแรงบัลดาลใจก็ทำได้อย่างสบาย <= จะเป็นประวัติของกษัตริย์อาเธอร์, อเล็กซานเดอร์มหาราช, หรือแม้กระทั่งเฮอร์คิวลิส อะไรพวกนั้นก็มีหมด)

(ตัวอย่างสารานุกรมต่างๆนาๆ - เอาว่าถ้าอยากทำเกมส์ละก็ ทางนี้มีข้อมูลให้พร้อมละกัน)

(แน่นอนว่าหนังสือคู่มือภาษาอังกฤษต่างๆนาๆก็มีให้ไม่ขาดตกบกพร่องแต่ประการใด)

(มีวันนึงนั่งขุดหาหนังสืออ่านเพลินซะจนเวลาหายไปครึ่งวันเฉยเลย ... อย่างนี่ก็ Marvel Encyclopedia ที่ถูกกองสุมๆอยู่ในห้องนั่นแหละ)

(มีแม้กระทั่ง Bruce Lee DVD Collection สุดหรูน่าสะสม <= ไว้จะเอากลับมานั่งดูแบบต่อเนื่องรวดเดียวจบ พร้อมๆกับเพื่อนที่หอซะให้เข็ด )

(ซีรียส์ต่างๆก็มีให้มากมาย ... มี 24 นี่ก็โอเคนะ แต่สงสัยว่าทำไมมี OC ด้วยฟะ ข้าพเจ้าดูแต่ Season แรกก็เลิกดูแล้วอะ <= ดูเพราะเชียร์คู่นายเฉิ่มกับสาวฮ็อตอ่ะนะ ไม่ใช่คู่อันธพาลกับไฮโซใจแตก)

(ไหนๆก็มีห้องวิจัยส่วนตัว + สเตอริโอ + โปรเจ็คเตอร์พร้อมสรรพ ... พร้อมเครื่องเกมส์ Console ต่างๆนาๆ [พวก handheld ก็มีให้ครบตั้งแต่สมัย gameboy จนถึง NDS, PSP โน่น] ในรูปก็เป็นตอนที่ข้าพเจ้าลองเครื่อง PS2 ส่วนตัวกับเกมส์ Armored Core Nexus [เพราะยังขุดหาเกมส์อื่นๆไม่เจอ เพราะมีเยอะจัด แถมเจ้แกดันเรียงมั่วๆยังไงไม่รู้ - เหมือนเรียงตามตัวอักษรเสียงอ่านภาษาเกาหลีอ่ะนะ ] <= ไว้เดี๋ยวข้าพเจ้าจะจัดแบ่งให้ตามชนิดของเกมส์ แล้วค่อยตามด้วยชื่อเกมส์อีกทีให้เหมาะสมละกัน )

Ps. Armored Core แบบภาษาเกาหลีเขาจะมีหุ่นที่โมมาอย่างเกือบสมบูรณ์แบบ มาให้ตั้งแต่แรกถึงสองตัวด้วยกัน (ตัวนึงรุ่นเบา อีกตัวรุ่นหนัก) ... เอาว่าขอบ่นๆไว้ตรงนี้ละกันว่าโด่ไม่แน่จริงนี่ฟ่า บูๆ

(แต่นแต้น ส่วนนี่ก็คือน้อง xbox360 ส่วนตัวประจำห้องวิจัยของข้าพเจ้านั่นแหละ <= เขามี xbox360 ให้สำหรับคนที่อยากพัฒนาเกมส์บนเครื่องนี้อ่ะนะ แล้วบังเอิญมันมีเครื่องนึงถูกหมกไว้แล้วข้าพเจ้าไปเจอเข้า หลังจากที่อธิบายถึงคุณค่าของมันซะนานนม สุดท้ายเลยกลายเป็นว่าข้าพเจ้าได้มาใช้ส่วนตัวเฉยเลย )

(ลั้นลา นั่งเล่น xbox360 ในห้องวิจัยส่วนตัว เปิดเสียงสเตอริโอดังลั่นก็ได้เพราะห้องมันเก็บเสียงอย่างดี ได้เล่นเกมส์จอใหญ่ๆแบบบรรยากาศส่วนตัวแบบนี้ ต่อให้ต้องจ่ายเงินเป็นรายชั่วโมงก็ยอมฟะ!)

Ps. ขอแขวะเกี่ยวกับ xbox360 ที่นี่นิด - กลายเป็นว่าข้าพเจ้าเป็นคนแรกที่ต่อเจ้าเครื่องนี้เข้ากับ xbox live ... ไรฟะ ซื้อ xbox360 ของแท้มาทั้งทีแต่ดันไม่ต่อเน็ต <= ตอนนี้ก็โหลด Ninja Gaiden 2 มานั่งเล่นแก้เซ็งรอเขาส่งแผ่นแท้มาให้เล่นอยู่ (เลือดกระฉูด หัวขาด แขนขาด กระจาย ... อืม ... เอาว่าต่อให้เป็นข้าพเจ้าก็ไม่อยากให้เด็กเล่นเกมส์นี้เท่าไหร่อ่ะนะ ... )

Ps2. มีสต้าฟคนนึงที่ถึงแม้จะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลยแม้แต่นิด แต่เฮีัยแกดันพูดญี่ปุ่นคล่องปรื๋อ! พอข้าพเจ้าไปคุยกับเขา (แน่นอนด้วยภาษาญี่ปุ่น ไม่ใช่ภาษาเกาหลี) ก็พบว่าเขาเป็นพวกคลั่งกันดั้มเข้าขั้นเลย พอถามว่าชอบกันดั้ม 00 รึเปล่า เขาก็ตอบว่าสำหรับเขา กันดั้มตัวโปรดคือกันดั้มรุ่นเก่าๆอย่าง MkII ของฝ่ายทีทันส์อะไรพวกนั้นต่างหาก <= ใช้ได้นี่เพ่!!! (แต่ถ้าใครชอบกันดั้ม 00 ก็ไม่ว่ากันนะ เพราะข้าพเ้จ้าก็ดูเพราะสาวๆ เอ้ย เพราะเนื้อเรื่องเหมือนกันแหละ อิๆ)

Ps3. เดี๋ยวอีกไม่นานก็จะได้ น้องดำ PS3 มาประดับห้องวิจัยส่วนตัวอีกเช่นกัน เหอๆ เพราะทางนี้เขาซื้อไว้แล้ว แต่ดันเอาไปหมกไว้ที่สาขาหลัก (ไม่ได้ต่อให้เล่นด้วย บ้าจริงๆ) <= แน่นอนว่าได้กล่าวโอวาทเกี่ยวกับคุณค่าของเจ้าเครื่องนี้ไปเรียบร้อย (ทนไม่ไหวจริงๆอะ พี่แกเล่นซื้อมาดองทิ้งไว้เฉยๆ สงสารเครื่องจริงๆวุ้ย เฮ้อ... ) <= MGS4 จ๋า พี่รออยู่นะจ้ะ <= รอแบบไม่เสียเงินซักแดงด้วย

ส่งท้ายเกี่ยวกับการมาวิจัยเรื่องเกมส์ที่นี่นิด ... ห็นแบบนี้ก็เหอะ แต่งานเขาก็ให้เยอะนา ถึงแม้จะมีบางช่วงที่สนุกเช่น การพูดถึงเกมส์รูปแบบต่างๆที่น่าสนใจ (เขาก็จะให้เราเตรียม presentation อธิบายระบบ, ตัวละคร, เนื้อเรื่อง, จุดเด่น ของแต่ละเกมส์สำหรับแต่ละอาทิตย์) หรือเกี่ยวกับสถานการณ์เกี่ยวกับเกมส์ในตลาดโลกอะไรแบบนั้น แต่ถ้าเป็นพวก Game Programming ล่ะก็ พี่แกโยนแต่การบ้านให้มานั่งทำอย่างเดียว ไม่มีสอนอะไรทั้งนั้น (วันแรกเริ่มมาก็ให้เขียน VC++ ให้วาดบ้านที่ขยับไปมาตามคำสั่งแถมต้องเขียนตามหลักการคูณ Metrix ด้วย <= แต่ถ้ามีเน็ตให้ข้าพเจ้าล่ะก็ จะยากแค่ไหนทำแป้บเดียวก็เสร็จ อิๆ) แถมยังต้องทำเกมส์ให้เขาอีกด้วยนะ เพราะฉะนั้นถ้าใครคิดว่าจะมาเพื่อเล่นเกมส์ฟรี อ่านนิตยสารฟรีก็เปลี่ยนใจได้เลย เพราะถ้าไม่ฟิตจริงนี่โดนการบ้านถล่มทับตายแน่ๆ เผลอๆเวลานอนก็อาจจะมีไม่พอด้วยซ้ำ <= แต่ก็ทำให้ข้าพเจ้าหาเวลามาอัพบล็อกลำบากเหมือนกัน

 

ของแถมนิดๆ#1 - รูปจากงานสัมนาที่ได้คนจาก EA Sports มาพูดเรื่องเทคโนโลนีใหม่ๆที่เขาได้คิดค้นขึ้น

(สภาพภายในงาน - จะเห็นได้ว่ามีคนสนใจทางด้านเกมส์เพียบเลย)

(โอ้ เครื่องแปลภาษาอัตโนมัติ มันช่างยอดจริงๆซาร่า เพราะแค่ใส่หูฟังปุ้บคุณก็สามารถเลือกฟังการบรรยายสดเป็นภาษาเกาหลี หรือภาษาอังกฤษได้ทันที <= จริงๆมันก็คือเครื่องรับสัญญาณ Wireless ดาษๆนั่นแหละ โดยเขาจะมีล่ามคอยแปลให้สดๆตลอดทั้งงาน <= ตอนจะถามคำถามก็พูดเป็นภาษาเกาหลีได้เลย เพราะเขาจะแปลให้เป็นภาษาอังกฤษอีกทีนึง <= เลยทำให้มีคนกล้าถามฝรั่งเยอะแยะ ไม่นิ่งเีงียบฉี่หลังจบการนำเสนอแบบบ้านเรา )

(อันนี้คือตัวอย่างการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆของทาง EA พวกการ Render หน้าคนแบบ Real Time ที่สมจริงมากๆ แล้วก็ตัวอย่างการติดต่อกับโปรแกรมนักกีฬาชื่อดังเสมือนผ่านกล้องแบบพิเศษ อย่างถ้าอยากให้มีไทเกอร์วู้ดเสมือนมาคอยติวงสวิงให้เราก็ทำได้)

 

ของแถมนิดๆ#2 - ไหนๆข้าพเจ้าก็กล้าพูดกล้าทำอยู่แล้ว (แต่แน่นอนเลือกใช้ภาษาที่สุภาพ ถูกกาลเทศะ) ข้าพเจ้าก็เลย ...

- บอกรัฐมนตรีประจำกระทรวงกีฬาและการท่องเที่ยวที่นี่เกี่ยวกับเกมส์ 3feel ไปเรียบร้อย (จริงๆคนไทยเขาเล่นกันมาตั้งนานแล้วนิ แต่ดันเพิ่งมาเป็นข่าว) จนได้คำตอบมาว่าบางบริษัทเขาจะเปิดให้เล่นโดยไม่บังคับให้ลงทะเบียนเพราะอยากให้มีคนมาเล่นเยอะๆ ไว้เดี๋ยวเขาจะไปดูเรื่องนี้อีกที <= เสร็จแน่ อิๆ

- บอกนาย Kim Changki (General Manager ของบริษัท GRAVITY) ไปตามตรงว่าในความคิดของผม Ragnarok Online2 มันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จนได้คำตอบแบบแมนๆกลับมาว่า ... "ผมก็คิดว่ามันห่วยเหมือนกัน" <= ใช้ได้เลยพี่!!! กล้าพูดขนาดนี้ได้ใจผมเต็มๆ

 

.... ฟู่ บ่นซะเยอะเลย เอาว่าถ้าใครมีคำถามที่อยากถาม หรือมีเรื่องอะไรที่อยากรู้เกี่ยวกับวงการเกมส์ที่เกาหลีก็ถามๆมาได้เลยนะ ไว้ข้าพเจ้าจะเอาไปเข้าตัวกรองภาษาสุภาพ และถามอย่างนอบน้อมให้ทีหลังแน่นอน ไม่ต้องห่วง

โอ้สหลังจากห่างหายไปนานอีกเช่นเคย (หลังจากโดนขู่เข็ญบังคับ+การทดสอบคำศัพท์ภาษาเกาหลีต่างๆนาๆ ) โดยสำหรับในครั้งนี้ ข้าพเจ้าจะขอมาพูดถึงพิซซ่าเกาหลีแสนอร่อยที่อยู่แถวๆหอพักของข้าพเจ้าละกัน รับรองก่อนได้เลยว่าทั้งสภาพในร้าน และอาหารของร้านนี้มันช่างสุดยอดจริงๆ!!!

 

เกริ่นนำก่อนคร่าวๆ - ก่อนอื่นเลยข้าพเจ้าต้องขอชี้แจงนิดนึงว่าจริงๆไอ้สิ่งที่ข้าพเจ้ากำลังจะแนะนำเนี่ย ภาษาเกาหลีเขาเรียกว่า "พาจอน" ซึ่งแตกต่างกับพิซซ่าในสามัญสำนึกของเราอย่างสิ้นเชิง (ไม่มีชีส ไม่มีมะเขือเทศแม้แต่นิดเดียว) แต่ที่ข้าพเจ้าเรียกว่าพิซซ่าเกาหลีเนี่ย ก็เพราะคิดว่ามันเป็นคำที่ใกล้เคียงที่สุดแล้วอะนะ แหะๆ (ถ้ามีคำไทยคำอื่นที่เหมาะกว่าก็บอกมาได้จ้า )

 

ที่มาของการไปพิสูจน์ร้านพิซซ่าเกาหลีแสนอร่อยนี้ - พอดีเจ้าเพื่อนเกาหลีมันบอกว่า แถวๆหอที่ข้าพเจ้าพักอยู่นั้น มันมีร้านพิซซ่าเกาหลีโครตอร่อยที่นักศึกษาชอบแห่กันไปกิน แถมยังเปิดมานานกว่า 20 ปีแล้วด้วย <= ได้ยินแบบนี้แล้วก็ต้องตามมันไปอยู่แล้วแหละ

 

คำอธิบายพร้อมภาพประกอบ (ตามสูตร)

- สภาพหน้าร้าน - อืม ..... พูดได้คำเดียว .... มันยังกะเพิงโทรมๆยังไงยังงั้น ไม่ยักกะสมกับร้านอาหารชื่อดังที่เปิดมากว่า 20 ปีเลยวุ้ย!!!! รูปตัวอย่างอาหาร, ราคา อะไรพวกนี้ก็ไม่มีให้ดู ดูแต่ภายนอกนี่ไม่มีทางรู้ว่าเป็นร้านอาหารเด็ดขาด!!! <= แต่เจ้าเพื่อนเกาหลีมันบอกว่าขนาดไม่โฆษณา เขาก็มีลูกค้าแน่นร้านแล้ว เพราะฉะนั้นจะทำโฆษณาไปทำไมฟะ <= .... จริงด้วยแฮะ

(เหล่าผู้คนที่ยืนรอคิวหน้าเพิงเล็กๆ ... ที่ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ยว่าเป็นร้านอาหาร!!! <= ร้านมันเหมือนจะพังลงมา่ได้ทุกเมื่อเลยอะ )

(สภาพหน้าร้านกันแบบชัดๆ ... โทรมสุดๆ นี่นะเหรอร้านอาหารสุดอร่อยในตำนาน )

 

- เครื่องดื่ม - สำหรับในครั้งนี้ข้าพเจ้าขอลองดื่มเจ้าสิ่งที่เรียกว่า "มัีกกอลรี" ที่เจ้าเพื่อนเกาหลีมันแปลให้ฟังว่า Rice Beer (อะนะ ขอลองของแปลกซักครั้งละกัน) ลักษณะของเจ้านี่ก็เป็นน้ำสีขาวขุ่นๆ (ก่อนดื่มต้องเขย่าขวดก่อนด้วย เพราะพวกข้าวมันตกตะกอน) รสชาติออกหวานๆ ซ่าๆ (แล้วก็แน่นอนมีแอลกอฮอล์ปน) ข้อดีของเจ้านี่ก็คือมันไม่แรงมาก (แต่ถ้าดื่มเข้าไปหลายขวดก็คงได้ปวดหัวในเช้าวันรุ่งขึ้นแหงๆ) เหล่าสาวๆที่นี่ก็ดื่มกันได้สบายๆ หลังจากที่ได้ลองๆดื่มไปแล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกชอบเจ้านี่เอามากๆเลย!!! เพราะมันหวานๆ ซ่าๆ กลมกล่อมดีจริงๆ <= ไม่แน่ใจว่าจะเหมือนข้าวแช่บ้านเรารึเปล่า เพราะข้าพเจ้าไม่เคยดื่มข้าวแช่ซักที แหะๆ

Ps. มันมีเครื่องดื่มอีกอย่างที่เรียกว่า "ดองดองจู" ที่เป็น Rice Beer เหมือนเจ้ามักกอลรีนี่แหละ แค่แรงกว่านิดหน่อย (ลองดื่มไปเรียบร้อยแล้วเหมือนกัน) เอาว่าถ้าใครมีโอกาสก็ลองสั่งมาดื่มได้นะ เพราะมันไม่แรงเท่าไหร่ แถมยังเข้ากับเจ้าพิซซ่าเกาหลีเสียนี่จริงๆ <= นี่แหละ Sparkling Korea ของแท้!!

(รูปตัวอย่างของชาม เอ้ย ถ้วยที่ไว้ดื่ม ส่วนไอ้สิ่งที่อยู่ในขวดเขียวๆนั่นแหละึ คือมักกอลรีที่ข้าพเจ้าพูดถึง - อ้อไอ้ที่อยู่ในชามโลหะนั่นก็คือน้ำเปล่า+น้ำแข็ง ที่ใครๆก็สามารถยกชดดื่มได้เลย <= ที่นี่เขาไม่ถือนะ)

(หน้าตาของเจ้ามักกอลรีที่เทใส่ถ้วยแล้ว ... สีขาวขุ่น หวานๆ ซ่าๆ กลมกล่อมอย่าบอกใคร )

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดื่มนิดหน่อย

1. คนเกาหลีไม่นิยมรินเหล้าให้ตัวเอง แต่จะรินเหล้าให้กันและกัน โดยส่วนใหญ่ผู้ด้อยอาวุโสจะรินเหล้าให้คนที่อาวุโสกว่า (ถ้าพอๆกัน ก็พลัดกันไปพลัดกันมาตามสมควร)

2. ส่วนวิธีการรินนั้น ฝ่ายรินจะค่อยๆบรรจงรินเหล้าในถ้วยที่อีกฝ่ายถือทั้งสองมือ (ไม่ต้องแย่งถ้วยเขามารินนะ)

3. เวลาดื่ม คนที่นี่เขาจะเบือนหน้าหนีจากคนที่อาวุโสที่สุดในโต๊ะ เพราะที่นี่การดื่มเหล้าต่อหน้าคนอาวุโสถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่สุภาพ (จะรู้ว่าใครแก่สุดก็ตอนนี้แหละ)

 

- สภาพภายในร้าน ... พูดได้คำเดียวว่า โทรมชะมัด! แออัด เพดานก็เตี้ย (ข้าพเจ้าต้องไปกินชั้นสองที่สูงแค่ครึ่งนึงของความสูงของข้าพเจ้าด้วยซ้ำ!!!) แต่บรรยากาศเป็นกันเองสุดๆ ทุกคนคุยกันได้อย่างสบายใจ โดยจุดที่น่าประทับใจที่สุดคือ กำแพงทั้งร้านเต็มไปด้วยรอยขีดเขียนต่างๆนาๆ กลายเป็นว่าสำหรับร้านอาหารแบบนี้ ทุกคนสามารถขีดเขียนอะไรที่กำแพง ฝ้าเพดาน ได้ตามใจนั่นเอง!!! (เจ้าของร้านเขากลับจะดีใจด้วยซ้ำ) <= แต่อย่าไปทำที่ไทยล่ะ โดนเคาะกระโหลกไม่รู้ด้วยนะ

(สภาพของกำแพงในร้านที่โดนขีดเขียนต่างๆนาๆ ดุจดังคำจารึกที่แสดงถึง ประวัติศาสตร์อันยาวนานของร้านอาหารแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี)

(ลายมือข้าพเจ้าหลังจากโดนเจ้าเพื่อนเกาหลีรบเร้าให้เขียน <= ย้ำว่าร้านนี้เขาชอบให้ทุกคนเขียนอ่ะนะ)

 

- เจ้าพิซซ่าเกาหลีแสนอร่อย - หลังจากรออยู่นานนม เจ้าพิซซ่าจานใหญ่ก็มาอยู่ต่อหน้าข้าพเจ้า (ได้ยินมาว่าปริมาณแค่นี้ คนเกาหลีกินกันสองคนก็หมด) ถึงแม้องค์ประกอบหลักๆจะเป็นแค่แป้ง, ต้นหอม, แล้วก็ปลาหมึก แต่รสชาตินั้นมันอร่อยมาก!!!! ผิวด้านหน้าก็กรอบ!! น้ำจิ้มก็สุดยอด!!! รสชาติของแป้งก็แสนอร่อยเหมือนกับปรุงรสด้วยน้ำซุปชั้นเิลิศ ปลาหมึกก็มาเป็นชิ้นๆ แถมยังสดสุดๆ เอาว่าพอกินเจ้านี่ (พร้อมกับมักกอลรี) แล้วเนี่ย จากเดิมที่ข้าพเคยคิดว่าเนื้อย่างเกาหลีนั้นมันอร่อยที่สุด ตอนนี้ต้องขอบอกเลยว่า เจ้าพิซซ่านี่แหละที่ครองแชมป์สุดยอดของอร่อยในเกาหลี ที่ข้าพเจ้ารู้จักทันทีเลย!! ราคาก็ถูกมากๆ มาเป็นถาดขนาดนี้แค่ 6,000 วอนเอง (แบ่งกินกันได้ 3-4 คนสบายๆ) สำหรับคนที่มาที่เกาหลี ข้าพเจ้าขอแนะนำให้ลองเสี่ยงหาเจ้านี่กินดูซักครั้ง รับรองว่าคุ้มค่าแน่ๆ (ขอตะโกนลั่นฟ้าอีกรอบว่า อร่อยโครต!!!! )

(นี่แหละจ้าเจ้าพิซซ่าเกาหลี ที่ถึงแม้จะดูเรียบง่ายแต่รสชาติของมันกลับช่างอร่อยล้ำลึกจริงๆ )

 

- ส่งท้ายกันด้วยความรู้ใหม่ๆนิดหน่อย - กลายเป็นว่าในเกาหลีเขาไม่ค่อยถือเรื่องขอถ่ายรูปแหะ หลังจากโดนเจ้าเพื่อนเกาหลีนั่นท้าให้ลองขอถ่ายรูป (มันยืนยันว่ามันเป็นเรื่องปรกติอย่างคิดมาก) ข้าพเจ้าก็ลองทำตามที่มันบอกดู (ทำใจว่าโดนหลอกเต็มที่) ... ผลปรากฎว่ามันเป็นอย่างงั้นจริงๆแหะ สาวๆที่กินอยู่โต๊ะข้างๆต่างเต็มใจตั้งท่าให้ข้าพเจ้าถ่ายรูปอย่างสนุกสนานไม่ถือตัว (หรือหวาดกลัวคนต่างชาติแต่อย่างใด) <= ข้าพเจ้าล่ะชอบจริงๆเลย ไอ้บรรยากาศสนุกสนานไม่ถือตัวของคนเกาหลีแบบนี้เนี่ย

ps. ถ้าอยากจะขอให้เขาถ่ายรูปให้ก็ง่ายๆเลย ก็แค่เขี่ยๆหรือเีรียกโต๊ะข้างๆนิดหน่อย เขาก็พร้อมจะถ่ายรูปให้คุณอย่างเต็มใจแล้วแหละ ดีจริงๆเลย

(เหล่าสาวๆเกาหลีที่ทานอยู่โต้ะข้างๆที่ต่างก็ตั้งท่าให้ถ่ายรูปอย่างเต็มใจ <= ขอบคุณมากคร้าบ อิๆ)

 

สรุปส่งท้าย - นี่แหละสิ่งที่ข้าพเจ้าอยากจะมาสัมผัสที่เกาหลี!!! อาหารอร่อยๆ(อร่อยจริงๆ) ง่ายๆ ถูกๆ พร้อมบรรยากาศแบบเป็นกันเอง ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม อิๆ ไว้ถ้าเจอที่ดีๆแบบนี้อีก ก็จะมาแนะนำให้อ่านกันแน่ๆ ไม่ต้องห่วง