Dies irae - เกมส์เนื้อเรื่องเข้มข้นจากค่าย Light
posted on 11 Jan 2008 21:27 by whimsy in Game
โย่! ในครั้งนี้ข้าพเจ้าก็จะมา "พูดถึง" แต่ "ไม่แนะนำ" เกมส์ที่สุดแสนจะโมเอะ ("燃え" ที่แปลว่าดุเดือดเลือดพล่านนั่นแหละ ไม่ใช่ "萌え" ที่น่าร้ากกน่าหิ้วกลับบ้านนะเฟ้ย) ของค่าย Light ที่มีชื่อว่า Dies irae -Also sprach Zarathustra- นั่นเอง สำหรับข้าพเจ้าที่เป็นแฟนเกมส์ Xenosaga และเคยอ่านปรัชญาของ Friedrich Wilhelm Nietzsche (นักปรัชญาชื่อดังชาวเยอรมัน) มาบ้าง (แต่ก็ยังงงๆ
) ชื่อเรื่องแบบนี้ทำให้ข้าพเจ้าสนใจเกมส์นี้ไม่น้อยเลยทีเดียว
(แค่หน้าปกเกมส์ก็น่าจะเดาได้แล้วว่าเนื้อเรื่องจะเข้มข้นขนาดไหน)
เนื้อเรื่องแบบผิวเผินฉาบฉวยรวบรัด - ก็เกี่ยวกับ "หน่วยอัศวินหอกศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิบสาม" อดีตทหารนาซี ซึ่งครอบครองมรดกศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ที่จะทำให้ผู้ครอบครองมีพลังเหนือมนุษย์ ได้พยายามจะชุบชีวิตของหัวหน้าหน่วยหอกศักดิ์สิทธิ์ หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดไปถึง 61 ปี ซึ่งไอ้ วิธีที่จะชุปชีวิตนั้นจำเป็นต้องฆ่าคนจำนวนมากตามจุดสำคัญๆแปดแห่งให้ครบ ด้วยเหตุดังกล่าวจึงทำให้พระเอกของเรื่อง ฟูจิอิ เร็น (藤井 蓮) ต้องเข้าไปพัวพันกับเกมส์การฆ่าอันแสนโหดร้ายนี้ พร้อมกับหาที่มาว่าเขาเป็น "อะไร" กันแน่
..
...
.... ต้องขอบอกก่อนว่า ถ้าเนื้อเรื่องมันเป็น "แค่นี้" จริงๆ ข้าพเจ้าคงไม่เล่นให้เสียเวลานั่งแปลตัวคันจิยากๆหรอก จุดที่ทำให้ข้าพเจ้านั่งแปลจนจบ ก็มีเช่น
- เหล่าทหารหน่วยหอกศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิบสาม ไม่ได้จงรักภักดีกันทุกคน แต่ละคนต่างก็มีเป้าหมายของตนเอง พร้อมจะหักหลัง แหกกฏ สังหารพวกพ้องเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของตัวเองทั้งนั้น ข้าำพถึงกับต้องขอโทษผู้เขียนบทในใจ ที่เคยดูถูกว่าบางตัวละครมันก็แค่ตัวประกอบเท่านั้น
- สามารถยอมให้มี "คนนอก" เข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกหน่วยหลังจากที่สมาชิกเดิมได้ตายไป ทำให้เกิดคำถามว่า ทำไมถึงให้ความสำคัญกับ "จำนวน"ของสมาชิกเป็นอันดับแรก
- เรื่องนี้ไม่มีการแบ่งคนดี คนชั่ว ชัดเจน มีการยกตัวอย่างในแง่มุมที่ตัดสินในเชิงคุณธรรมได้ยากเช่น ถ้าฆ่าคนเพราะโดนอย่างอื่นบังคับให้ทำละ? ถ้าฆ่าคนเพราะต้องการช่วยคนที่ตนรักละ? ถ้าเจตนาเลวแต่ผลลัพท์ออกมาดีละ? ถ้าไม่ฆ่าก็จะถูกฆ่าละ? ... แม้กระทั่งตัวเอกก็ยังต้องเผชิญหน้ากับปัญหานี้ในแบบที่โหดร้ายที่สุด
- มีการนำเอาปรัชญาดังๆของนิทเช่ + ความรู้เกี่ยวกับทหารนาซีในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง มาอ้างในงาน (ถึงแม้งานของนิทเช่ที่ถูกนาซีเอามาใช้ จะเป็นแบบเจาะจงเข้าข้างตัวเองซะไม่มีก็เหอะ...) เช่น "การอุบัติซ้ำชั่วนิรันดร์" (Ethernal Recurrence) โดยเอามาเล่นในแง่มุมที่ว่า ถ้ามีคนที่รู้ตัวว่าทุกสิ่งที่ตนได้เลือก ได้ทำลงไป ล้วนเป็นสิ่งที่เคยทำมาแล้วนับไม่ถ้วนในวัฏจักรชีวิตรอบก่อนๆ (จะรู้ตัวเมื่อทำลงไปแล้วเท่านั้นด้วย) เขาก็คงจะรู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็นแน่ๆ เพราะชีวิตที่เหมือนเต็มไปด้วยทางเลือก จริงๆแล้วมันก็คือการทำสิ่งเดิมๆซ้ำๆไปชั่วนิรันดร์นั่นเอง
- กลายเป็นว่าแทนที่จะฆ่าคนเยอะๆเพื่อเอาจำนวนวิญญาณ การฆ่าสมาชิกในหน่วย ณ จุดสำคัญแปดแห่งก็ได้ผลเหมือนกัน แต่ในทางกลับกัน ถ้าิชิงฆ่าสมาชิกในหน่วยให้หมดซะก่อน ก็จะสามารถขัดขวางพิธีกรรมนี้ได้ด้วย
- แฝงไปด้วยมุมมองเกี่ยวกับชีวิตและความตายในหลายรูปแบบด้วยกัน เช่น ระหว่างมีชีวิตที่เหมือนถูกขังตลอดไป กับความตายจะเลือกอะไร? ชีวิตของคนรักหนึ่งคนกับชีวิตของคนไม่รู้จักสิบคน คุณจะเลือกอะไร? ชีวิตของเด็กน้อยไร้เดียงสาสิบคนมีค่าเท่ากับชีวิตคนทั่วไปแค่ไหน? ชิวิตของสิ่งที่ถูกเลี้ยงมาเพื่อให้ตายมีค่าแค่ไหน? ([นอกเรื่อง]ตัวอย่างเรื่องใกล้ตัวในปัจจุบันก็คงเป็นพวกการวิจัย stem cell ละมั้งเหอๆ แต่ก็เห็นว่ามีหนทางใหม่ๆแล้วนี่
)
- จุดพลิกผันเพียบ ไอ้ที่คิดไว้ว่าต้องเป็นคนฆ่าแน่ๆ ก็ไม่ใช่! ไอ้ที่คิดว่าต้องตายแน่ๆ ก็ไม่ตาย! ไอ้ที่คิดว่าตัวละครตัวนี้โหลๆจืดๆ กลับทรยศพวกเดียวกันเองเฉย!
- สุดท้ายก็คงเป็น ความมันส์ทะลุขีดตอนฉากสู้กันนั่นแหละ
เพราะมี การแบ่งระดับของความสามารถในการใช้มรดกศักดิ์สิทธิ์เป็นสี่ั้ขั้นใหญ่ๆ แต่ละขั้นก็มีผลแตกต่างกันไป เช่น แค่ใช้พลังของมรดกได้นิดหน่อย+เพิ่มพลังกายให้มากกว่าคนทั่วไป / เสกมรดกศักดิ์สิทธิ์ให้ออกมาในโลกความเป็นจริง / การตั้งกฏพร้อมกับขีดจำกัดต่างๆ เช่นถ้าอีกฝ่ายโจมตีมาเราจะโจมตีโดนก่อน อัดทีเดียวตาย ยิงแล้วจะโดนเสมอ / ส่วนขั้นสุดยอดที่สร้างกฏขึ้นมาตามใจตัวนั้น เขาว่ากันว่ามีแต่หัวหน้าหน่วยหอกศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่ใช้ได้ ตัวเอกเราก็จะเก่งขึ้นไปเป็นขั้นๆ กว่าจะเก่งขึ้นมาได้ซักขั้นนี่ลุ้นตัวแทบโก่ง นอกจากนี้ยังมี การบอกนิยามความสามารถของมรดกศักดิ์สิทธิ์แต่ละชิ้น เช่น "พลัง" "ปกป้อง" "จับกุม" "ทำลาย" "เสียบทะลุ" "คืนชีพ" "ต่อสู้" "ชัยชนะ" และอื่นๆอีกมากมาย ทำให้เวลาที่รู้ว่ามรดกศักดิ์สิทธิ์ที่อีกฝ่ายครอบครองอยู่คืออะไรก็มักจะทำให้อึ้งไปตามๆกัน
........... ส่งท้ายด้วยรูปประกอบนิดๆหน่อยๆ
(เพื่อรักษาวันธรรมดาๆที่เต็มไปด้วยความสุขซึ่งแสนจะเปราะบางเหล่านี้ไว้ เขาจะต้องลุกขึ้นสู้!)
(สาวน้อยปริศนาที่เจอในความฝัน ตัวจริงของเธอนั้นเป็น "อะไร" กันแน่)
(คงมีแต่พระเอกเรื่องนี้เท่านั้นแหละที่ใช้ "กิโยติน" เป็นอาวุธเนี่ย - เทียบกับดาบแล้วมันคนละความหมายเลยนะเนี่ย ดาบมีไว้สู้ แต่กิโยตินมีไว้ลงทัณฑ์ประหาร)
(ถึงจะเป็นสมาชิกในหน่วยด้วยกัน ก็ไม่มีความปราณี ทั้งหมดก็เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของตนเท่านั้น)
(การต่อสู้ที่ดุเดือด ต่างก็ต้องการปกป้องสิ่งสำคัญของตนไว้แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม)
(ตัวละครที่สุดแสนจะโมเอะทั้งสองแบบมาพร้อมๆกัน (โหดไร้สติ กับ พี่สาวสุดเซ็กซี่) - ไอ้ที่พี่แกถืออยู่นั่นนะ ปลายหอกนะท่าน
)
(อย่าให้เจ้แกเรียกเอามรดกศักดิ์สิทธิ์ออกมาเล้ยยย แค่นี้ก็จะวอดไปทั้งเมืองแล้ว)
(จะทำยังไงเมื่อเจอกับหอกลองจินุส พร้อมกับเหล่าทหารอมตะที่มีจำนวนไร้ขีดจำกัด)
(ย้ากกกกกกกก ก้าวข้ามขอบเขตของเวลาและมิติ เพื่อพิฆาตศัตรูที่อยู่ตรงหน้าให้ได้!!!)
วิเคราะห์แบบจริงจัง - ในคราวนี้จะไม่พูดถึงมุมมองในเกมส์ละกันเพราะพูดไปเยอะแล้ว แต่จะขอพูดเกี่ยวกับ ปัญหาที่เกิดกับเกมส์นี้ ซึ่งก็คือการตัดเนื้อเรื่องบางส่วนทิ้งโดยไม่มีการบอกผู้ซื้อก่อน เลยทำให้เหล่าผู้ซื้อโกรธเป็นอย่างมาก (สมชื่อ Dies irae - วันแห่งความพิโรธ) เพราะเหมือนว่าพวกตนโดนหลอก (จบได้แค่ 2 แบบ แถมแบบที่ 2 นี่ของแถมชัดๆ เทียบกับ Fate/Stay Night ไม่ได้ที่ถึงจะทำบทอิลิยาไม่ทันแต่ก็มีสามบทใหญ่ๆให้เล่นละฟะ) รู้แล้วก็ต้องเอาไปเป็นบทเรียนว่าต้องบริหารเวลาให้ดี อย่าเอาเปรียบผู้ซื้อ ไม่งั้นบริษัทจะเสียชื่อเอาได้
วิเคราะห์แบบไร้สาระ - เนื้อเรื่องสุดมันส์ เพลงประกอบสะใจ ภาพสุดสวย ปรัชญาแทรกเพียบ ยิ่ง "อ่าน" ยิ่งสนุก เอิ้กๆ

ขอบคุณมากๆเลยนะค้าบบบบบ
แล้วก็คืออยากรู้ความสามารถของอาวุธมรดกศักดิ์สิทธิ์ด้วยอ่ะแหละขอรับ(แต่มานเล่นญี่ปุ่นทั้วดุ้น เลยแปลไม่ออกเลยง่ะ)
) รู้สึกว่าสุดยอดที่สุด นี่มัน"masterpiece"แห่งวงการ visual Novelชัดๆ
ไม่ได้เล่นนานและ)จะรอดไหมนะ สู้กันทีไรรุนแรง(และหักมุม)ทุกที แถมแยกกันสู้บ่อยด้วยสิ เคย์ทำท่าจะโดนฆ่าตายตั้งหลายรอบ แต่จบซึ้งดีแม้จะเศร้าช่วงท้ายๆ ส่วนrouteของมารี่มันเศร้าทั้งเรื่องอลังการทั้งเรื่อง "ตอนเล่าถึงอดีตของมารี่"นี่สุดๆ
ไม่เล่าต่อและเดี๋ยวยาว(เอาเป็นว่าผมชอบมากเลยล่ะเรื่องนี้) เพลงUber den Himmel(ภาษาเยอรมันแปลว่า เหนือฟากฟ้า)กับตอนจบเข้ากันมาก (ยุอิ ซากากิบาระ ร้องเพราะมากครับ
(และSale only in japan ด้วย ผิดกฏหมายนะระวังด้วยล่ะครับ
)
#1 By pornoak on 2008-01-12 12:14