โอ้สดั่งเช่นทุกครั้ง! ในครั้งนี้ข้าพเจ้าก็จะขอมาพูดถึง หนัง 3D animation ระดับเทพ ที่ข้าพเจ้าเพิ่งดูจบไป ถ้าจะให้พูดกันตรงๆ ข้าพเจ้าก็ต้องขอบอกว่า "ชอบเรื่องสไตล์แบบนี้จริงๆวุ้ยให้ดิ้นตายซิ" อ่ะนะ ก็สมัยนี้จะหาหนัง 3D animation งามๆที่เกี่ยวกับ โลกอนาคต หุ่นยนต์เท่ห์ๆ สาวสวย ฉากยิงกันสะบั้นหั่นแหลก ได้ง่ายๆซะที่ไหนล่ะจริงมะ

(นี่แหละจ้า ใบปิดของหนัง 3D Animation ที่ข้าพเจ้ายกมาพูดในครั้งนี้) 

ซึ่งเรื่องที่ข้าพเจ้ากำลังพูดถึงอยู่เนี่ยก็คือ Appleseed Ex Machina หนึ่งในผลงานของ Masamune Shirow ที่ข้าพเจ้าเป็นแฟนตัวยง (Ghost in the Shell ก็ชอบนาขอบอก) แถมคราวนี้ยังได้ผู้กำกับชาวญี่ปุ่น Shinji Aramaki และโปรดิวเซอร์ชาวฮ่องกง John Woo มารับประกันความมันส์อีกต่างหาก (นกพิราบบินว่อนเช่นเคย แต่คราวนี้มาแบบมีเหตุผล ) โดยเนื้อเรื่องและภาพของเรื่องนี้นั้น มันจะสุดยอดแค่ไหน ถ้าอยากรู้ก็ดูภาพที่ข้าพเจ้ายกมาเป็นตัวอย่างได้เล้ย!

เนื้อเรื่องคร่าวๆ (อาจจะมีสปอยล์ด้วยนะ ถ้าใครสนใจอยากดูเรื่องนี้อยู่แล้ว ขอแนะนำให้ไปหามาดูก่อนน่าจะดีกว่าแหละ ส่วนใครที่ลังเลอยู่ ก็อ่านต่อไปได้เลย )

 

(พูดถึงเมืองที่เป็นดุจดังความหวังของมวลมนุษย์ชาติ "Olympus" ที่ถูกสร้างขึ้นภายหลังสงครามครั้งใหญ่ จุดเด่นของเมืองนี้คือถูกดูแลด้วย AI ขนาดยักษ์ชื่อ "Gaia" โดยมีเหล่า Bioroid หรือเหล่าชีวจักรกลที่ถูกดัดแปลง DNA เพื่อควบคุมความรู้สึกที่รุนแรง เป็นคนดูแลอีกทีหนึ่ง) 

(นางเอกและพระเอกของเรื่อง ซึ่งเป็นสมาชิกของหน่วยพิเศษ ES.W.A.T. เริ่มมาก็โชว์ฝีมือช่วยตัวประกันจากผู้ก่อการร้ายไซบอร์ก <- ยิงกันสะบั้นหั่นแหลกตั้งแต่ต้นเรื่อง

(ฉากซึ้งๆของคู่พระนางประจำเรื่อง [พระเอกปกป้องนางเอกจากระเบิดจนบาดเจ็บ] - ถึงตอนนี้พระเอกจะกลายเป็นไซบอร์ก แต่ความรักของทั้งสองก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป <- จะสั่นคลอนก็ภาคนี้แหละ เหอๆ) 

 

(อ้อ แถมนิด หน้าตาของเจ้าพระเอกเราสมัยก่อน ก็ดูโอเคใช้ได้นา ไม่ใช่เป็นเจ้าตาเดียว [มีตาเล็กๆอยู่รอบๆด้วย บรื๋อ] แบบในปัจจุบันตั้งแต่เกิด) 

(โชคชะตากลั่นแกล้ง - คู่หูใหม่ของนางเอกขณะที่พระเอกเข้าโรงพยาบาลอยู่ ดันเป็น Bioroid ซึ่งใช้ DNA ของพระเอกเป็นพื้นฐานซะนี่ )

(ฉากประจัญหน้า เอ้ย ฉากพบกันระหว่าง พระเอก-ไซบอร์ก Vs พระเอก-Bioroid <- นางเอกสับสนตายชัก) 

(สมแล้วที่โคลนมา นิสัยใจคอ ท่าทางเหมือนกันเป๊ะ - แถมดันไปบังเอิญชงกาแฟแบบที่นางเอกชอบได้อีก <- นางเอกของเราก็สับสนเช่นเคย เหอๆ) 

(นโยบายเพิ่มความปลอดภัยของมวลมนุษย์ชาติ ที่อาศัยการเชื่อมต่อข้อมูลดาวเทียมของแต่ละประเทศเข้าด้วยกัน - เอ็งรู้ว่าข้าทำอะไร ข้าก็รู้ว่าเอ็งทำอะไร ถ้าจะมีโจรคิดการใหญ่ ก็จะถูกทุกคนรุมตื้บ [ใครที่อยากจะแอบๆช่วยโจรก็จะทำไม่ได้] <- แนวคิดนี้โอเคนะ เห็นด้วย

(ชุดสูทช่วยในการต่อสู้หรือ "LandMate" ประจำเรื่องนี้ก็เท่ห์ซะเจงๆ <- อยากได้มาประดับบ้านซํกตัวจริงๆวุ้ย) 

(อุปกรณ์ติดต่อสื่อสารมัลติมีเดียส่วนบุคคล หรือ "Connexus" ที่กำลังฮิตในปัจจุบัน <- บอกใบ้ซะไม่มีเลยว่ามันจะนำไปสู่เรื่องวุ่นๆแหงๆ )

(ในที่สุดแผนการสุดบ้าคลั่งของคนที่ต้องการสร้างโลกที่สันติอย่างแท้จริง ด้วยการล้างสมองมนุษย์ชาติผ่าน "Connexus" และเครือข่ายดาวเทียมที่เชื่อมต่อกันทั่วโลก ก็ได้เริ่มต้นขึ้น <- ไปล้างสมองคนอื่นเขาแบบนี้ ไม่ดีมั้ง เหอๆ) 

(พวกตำรวจก็เผชิญหน้ากับสภาพที่ยังกะหลุดมาจากหนัง 28 days later <- ใครไม่โดนล้างสมองก็โดนรุมฆ่า บรื๋อ ไม่กลัวตายแถมวิ่งได้ด้วย!) 

(ให้แย่ไปกว่านั้นคือ เจ้าพระเอกของเราก็โดนนาโนแมชชีนป่วนจนคลั่งอีก เฮ้อออ <- ซวยจริงๆ แบบนี้เจ้า พระเอก-bioroid มันทำคะแนนนำแหงๆ

(ฉากสู้ด้วย LandMate กลางอากาศตอนท้ายๆเรื่องนี่สุดยอดมากๆ ยังกะ Z.O.E. เกมส์สุดโปรดของข้าพเจ้าเลย + แอบๆมีแนวๆโดรนรุมทึ้งของ Metrix โผล่มาด้วยนะ

(ย้ากกกก เอ็งจะเก่งมาจากไหนข้าไม่สนเจอ ดาบผ่าเรือ "ซันคันโต" หน่อยเป็นไร <- ผิดเรื่องอีกเช่นเคย อิๆ) 

(โอ้ววว มีอะไรที่คล้ายๆกับ "บอสใหญ่" โผล่มาด้วยนา ใครอยากรู้ว่ามีที่มายังไงก็ไปหาดูได้

(พระเอกนางเอกซะอย่าง สุดท้ายก็ต้องกอดกันอย่างซึ้งๆตอนจบจนได้ <- เจ้า พระเอก-Bioroid นั่นน่ะรึ กินแห้วไปตามระเบียบ เหอๆ เอาน่าอย่างน้อยๆ เอ็งก็เป็นคนดี คงจะมีคนมาแลเอ็งบ้างแหละ) 

สรุปแถมท้ายแกมบ่นๆ เช่นเคย

- แนวๆ สร้างโลกสันติด้วยการล้างสมองอะไรแบบนี้เหมือนเคยเจอมาเยอะแล้วอะ ตรงจุดนี้ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่

- แต่จุดที่ยกเจ้า Connexus ขึ้นมาเป็นประเด็นนี่น่าสนใจนะ ลองนึกภาพว่า ถ้าวันนึง มีคนคิดวิธีล้างสมองคนผ่านโทรศัพท์มือถือได้ขึ้นมา จะเป็นยังไงเนี่ย

- ฉาก action สุดยอดมาก ทั้งฉากยิงกันตอนต้นเรื่อง หรือฉากสู้กันด้วย LandMate ก็อลังการณ์งานสร้างจริงๆ

- ภาคนี้เน้นที่ความรู้สึกและปัญหาของการโคลนได้ดีเหมือนกันนะ สงสารแทนนางเอกจริงๆ <- ทำให้ลุ้นดีเหมือนกันว่า พระเอกเจ้าเก่าเราจะม่องรึเปล่า เห็นสั่งเสียประจำเลย เจ้าพระเอกหน้าใหม่(!?) ก็เป็นคนดีซะจริงจริ้ง 

- คุณภาพงานเนี้ยบมากๆ ไว้จะไปหาซื้อ DVD ของเรื่องนี้มาไว้บูชาทีหลัง + ท่องในใจ ทำแบบนี้ออกมาอีกเฮ้อ ขอร้อง เพี้ยงๆ

 Ps. เจ้า entry สอนวิธีสร้าง Avatar ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปกลับดังเกินคาดแฮะ ... เอาว่าถ้าข้าพเจ้าไปเจอโปรแกรมอะไรเด็ดๆอีก รับรองว่าจะเอามาแนะนำแน่ๆ ไม่ต้องห่วง

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

big smile มาอ่านรีวิวการ์ตูน คงไม่ต้องหาดูแล้วมั้ง open-mounthed smile

โปรแกรมอันนั้น ยังใช้ไม่คล่องเลยอ่ะ แล้วที่ให้โหลดเพิ่มพวกชุด ไม่รู้จะเพิ่มได้ไง อด

#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-03-20 22:50

ฮ่าๆ เอาว่าผมขอแนะนำ (จากใจ) ให้ไปหาแบบเต็มๆมานั่งดูเลยจะดีกว่าครับ (สำหรับคนที่ชอบแนวนี้อ่ะนะ sad smile) เพราะภาพนิ่งที่ผมยกมามันไม่ได้เศษเสี้ยวของความสุดยอดเลย (พูดจริงๆนะเนี่ย)

ส่วนเรื่องโปรแกรมอันนั้น การเพิ่มชุดจริงๆ ก็แค่เอาไฟล์รูปของชิ้นส่วนต่างๆ (จากไฟล์ซิปที่โหลดได้จาก url ที่ผมบอกไว้) ไปวางให้ตรงกับโฟลเดอร์ภายในเครื่องเราแค่นั้นแหละครับ (มีอธิบายตรงส่วนนี้ไว้แล้วนิดหน่อย) เท่าที่ผมรู้มา เห็นว่าจะมีคนทำการรวบรวมไฟล์ชุดเพิ่มเติมทั้งหมด ให้เป็นก้อนเดียวแล้วครับ ถ้าอยากได้จริงๆ ผมว่ารอโหลดจากที่เขาจะเอามาแจกก็ได้แหละ (หรือถ้าจะสอบถาม แบบเจาะจงว่ามีชุดแบบนี้ๆรึเปล่า ก็ถามมาได้ครับ double wink)

#2 By หมูนิรนาม on 2008-03-20 23:04

big smile ขอบคุณค่ะ แล้วจะแวะมาใช้บริการนะคะ

ส่วนเรื่องการ์ตูน ชอบค่ะ แต่เดี๋ยวนี้เลิกดูแล้ว แต่ถ้ามีมาให้ดูง่ายๆ ไม่ต้องไปแสวงหา ก็ดูค่ะopen-mounthed smile

#3 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-03-22 22:01

ถามค่ะ บอกว่าเป็นภาค ไม่ทราบว่า ภาคนี้ภาคที่เท่าไหร่เหรอคะ จะได้ซื้อถูก เพราะว่าดูแล้วชอบมากๆ ค่ะ

#4 By keisei (117.47.48.210) on 2008-05-08 00:00

ถึงคุณ keisei ครับ <= สำหรับภาคนี้ถ้าให้นับกันจริงๆ ก็คงจะถือว่าเป็นภาคที่สามแหละครับ เพราะจากเท่าที่ผมหาจาก Wiki มันมี

1. Appleseed OVA - 1988
2. Appleseed - 2004
3. Appleseed Ex Machina - 2007

แต่ขอเตือนก่อนนิดครับว่า เนื่องจากภาคแรกมันเก่ามาก คนขายบางร้านเขาเลยมีแต่ สองภาคหลังที่เป็น 3D Animation ยังไงก็ขอให้จำชื่อเรื่องแบบเต็มๆไปด้วยละกันครับ จะได้ซื้อถูก open-mounthed smile

#5 By หมูนิรนาม on 2008-05-08 07:57

เดี๋ยวจดแล้วไปยื่นสั่งซื้อกับร้านเลยค่ะ ระหว่างนี้เสาะแสวงหาตามเว็บไปก่อน ความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยายามอยู่ที่นั่น (ฮา)

#6 By keisei (117.47.112.123) on 2008-05-08 11:31

ขอถามอีกหน่อยนะคะ

ไม่ทราบว่า ผลงานของค่ายที่สร้างอนิเมชั่นเรื่องนี้มีกี่เรื่องเหรอคะ ถ้าทราบ รบกวนช่วยตอบด้วยนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ ^/\^

#7 By keisei (117.47.52.183) on 2008-06-11 19:15

อืมมมม หลังจากที่ผมไปอ่านๆใน wiki ก็ได้ชื่อของ studio ที่ทำเรื่องนี้ซึ่งก็คือ Micott & Bassara
Digital Frontier เท่าที่ดูก็เห็นว่าเขามีผลงานดังๆหลายเรื่องเหมือนกันครับ (เพิ่งรู้ว่าหนังน่ารักๆที่ใช้เทคนิคถ่ายภาพนิ่งอย่าง "โคมะเนโกะ" ก็เกี่ยวข้องกับ studio นี้เหมือนกัน) เอาว่าถ้าสนใจก็ลองๆไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.micott.jp/eng/top/index.html ละกันนะครับ double wink

#8 By หมูนิรนาม on 2008-06-12 16:53

big smile big smile big smile

#9 By (58.9.193.19) on 2008-07-02 14:34

สูสีกับเรื่อง Vexill เลยครับเรื่องนั้นก็หามาดูได้ครับ การันตี

#10 By TommiBig (124.120.24.213) on 2008-07-21 22:56

confused smile confused smile

#11 By mp3 (117.47.182.20) on 2009-07-04 21:43

อย่าได้จังเลยคับ

#12 By (61.90.41.184) on 2010-02-07 10:44

<a href="http://hqmznclnfoudpck.com">whvuukkbqcsiyjz</a> http://jhgzzylggphdyaj.com [url=http://brqrmcjoalolfpi.com]jokrlzbysjgckma[/url]

#13 By bseilsppow (94.102.52.87) on 2010-06-07 23:46

#14 By fame (103.7.57.18|58.11.208.47) on 2012-05-27 18:06