โอ้สกันอีกครั้ง! ก่อนอื่นเลยข้าพเจ้าขอพูดประโยคโดนๆที่ถูกเขียนอยู่ที่โอบิของนิยายกันดั้มเรื่องนี้ซะก่อนนะ

"ทำไมโตป่านนี้แล้วยังบ้ากันดั้มอยู่อีก? <= ก็เพราะความสุดยอดบางอย่างของกันดั้ม มันต้องโตพอซะก่อนถึงจะเข้าใจน่ะเซ่!"

กร้าซซซซ เห็นด้วยสุดๆ อยากจะรู้จริงๆไอ้คนที่ถามคำถามบ้าๆำพวกนี้เคย 'ตั้งใจดู' กันดั้มจริงๆหรือเปล่า (ไม่ใช่แค่เปิดมาเห็นหุ่นยิงๆกัน แล้วก็เที่ยวไปบอกว่าเป็นการ์ตูนขายของ ) .... แฮ่มๆ ไหนๆก็ได้ระบายความในใจออกไปแล้วก็ขอวกกลับเข้ามาสู่เรื่องหลักของวันนี้ซึ่งก็คือ เจ้านิยายที่ข้าพเจ้าเพิ่งอ่านจบไปแบบสองเล่มรวดนั่นเอง (มันแบ่งเป็นครึ่งแรกกับครึ่งหลังอะนะ)

(นี่แหละจ้า นิยายที่ข้าพเจ้าจะมาพูดถึงในครั้งนี้ - Advance of Z: ภายใต้ธงแห่งทิทันส์)

รายละเอียดคร่าวๆเกี่ยวกับผลงานชิ้นนี้ - เรื่องนี้เคยถูกตีพิมพ์อยู่ในนิตยสาร Dengeki Hobby โดยจะอาศัยภาพถ่ายพลาโม+CG ในการสร้างภาพประกอบคำบรรยายของแต่ละบท โดยเนื้อเรื่องก็จะเกี่ยวกับหน่วยทดสอบอาวุธในสังกัดของทิทันส์นั่นเอง แต่ข้าพเจ้ารับรองได้ว่ารูปแบบการนำเสนอของนิยายเรื่องนี้นั้นมันช่างสุดยอดจริงๆ

รูปแบบการนำเสนอของเรื่องนี้ - สำหรับคนที่คิดว่าวิธีการเล่าเรื่องจะเหมือนกับฉบับการ์ตูน (Ant บ้านเราก็เอามาพิมพ์ขาย) ก็ต้องขอบอกตรงนี้เลยว่า ท่านคิดผิดแล้ว เพราะการดำเนินเรื่องในฉบับนิยายนั้น จะทำในลักษณะที่เป็นการเล่าย้อนอดีตในขณะที่มีการพิจารณาตัดสินคดีของนักบินกันดั้มคนหนึ่ง ภายหลังจากที่ทิทันส์ได้ล่มสลายลง ณ ศึกครั้งใหญ่ที่ Gryps นั่นเอง (ตอนจบภาค z นั่นแหละ)

เนื้อเรื่องแบบคร่าวๆ - ก็เกี่ยวกับความพยายามในการแก้ต่างให้กับนักบินกันดั้ม Eliard Hunter โดยทนายความทหาร Conrad Moris ผู้มีอดีตเป็นถึงนักบินโมบิลสูท ความมุ่งมั่นของเขากำลังจะถูกทดสอบเมื่อเขาตกลงรับว่าความในคดีนี้ ท่ามกลางแรงกดดันของทางสหพันธ์นั่นเอง

(หน้ารวมตัวละครหลักๆในเรื่อง - คนขวาสุดก็คือนักบินกันดั้ม พระเอกของเรื่องที่จะถูกตัดสินประหารชีวิต ส่วนคนผิวคล้ำซ้ายสุดก็คือทนายความใจเด็ดของเรา )

ข้อหาที่ทนายความของเราต้องแก้ต่างให้ได้ - ก็ประกอบไปด้วยข้อหาหลักๆสี่ข้อด้วยกันคือ

1. มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ 30 Bunch ที่ทิทันส์ได้ใช้แก๊สพิษฆ่าคนทั้งโคโลนี่อย่างโหดเหี้ยม (ทนายความคนอื่นๆ แค่เห็นข้อกล่าวหานี้ก็กลุ้มแล้วแหละ )

2. ฝ่าฝืนคำสั่งทำการบินอย่างเป็นอันตรายและข่มขู่เจ้าหน้าที่ดูแลหอการบินของสหพันธ์

3. ผละหนีจากแนวหน้าระหว่างสงคราม

4. ทำลายอาวุธใหม่โดยไม่ได้รับอนุญาต

.... จริงๆแค่ดูจากข้อกล่าวหาของพระเอกมันก็ชวนให้สิ้นหวังแล้วอ่ะนะ แต่ทีนี้มันดันมีประเด็นอื่นๆที่ทำให้เรื่องมันยากขึ้นอีกเนี่ยซิ ถ้าให้ยกตัวอย่างก็มี

- ทางสหพันธ์ต้องการจะกำจัดทุกคนที่เคยสังกัดทิทันส์เป็นทุนเดิมอยู่แล้วแหละ (โดนข่มมาเยอะนิ) นักบินของทิทันส์ส่วนใหญ่ก็เลยถูกฆ่าโดยใช้ศาลทหารเป็นฉากบังหน้า <- พูดง่ายๆว่าโยนข้อหาใส่ แล้วก็ตัดสินประหารไปทีละคนๆ <- จริงๆก็เพราะทางสหพันธ์อาจจะรู้สึกระแวง หลังเกิดการลุกฮือของเหล่านิวดีไซส์ในภาค Sentinel ด้วยก็ได้นะ

- ทางสหพันธ์ต้องการจะปกปิดความจริงที่ว่า จริงๆแล้วทิทันส์ยังได้พัฒนากันดั้ม นอกเหนือจากตัวที่ถูกทางเอวโก้ขโมยไป (ตัวนั้นไม่นับเพราะมันถูกนำไปวิจัยต่อโดยอนาไฮม์อิเล็คทรอนิคส์ ที่มีความสัมพันธ์ 'แน่นแฟ้น' กับทางสหพันธ์) เพราะไม่อยากให้กันดั้มที่เสมือนเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะของสหพันธ์ในสงครามหนึ่งปี ต้องไปเกี่ยวข้องกับทิทันส์ <= เลยยิ่งอยากจะปิดปากพระเอกผู้เป็นคนขับกันดั้มตัวนั้นเข้าไปใหญ่

- เหล่าผู้บังคับบัญชาคนสำคัญๆก็ล้วนตายกันไปหมดแล้ว พยานคนอื่นๆที่ยังเหลือรอดอยู่ก็ต้องมีชีวิตอยู่ภายใต้การสอดส่องอย่างเคร่งครัดของสหพันธ์

- สหพันธ์กล้าที่จะใช้อำนาจมืดในการส่งคนมาปิดปากพยาน หรือแม้กระทั่งสั่งเก็บนักข่าวที่ต้องการจะเปิดเผยเรื่องนี้

 

จุดที่ข้าพเจ้าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้

- เรื่องนี้ได้สะท้อนถึงมุมมองของ 'ทหารที่ดี' ที่กล้าต่อสู้ กล้าเสียสละชีวิตเพื่อสิ่งที่ตนเชื่อมั่น (ตอนทิทันส์ถูกตั้งขึ้นใหม่ๆ มันมีจุดประสงค์เพื่อรวมรวมคนเก่งๆ มาจัดการกับความสับสนวุ่นวายหลังสงครามหนึ่งปี แทนพวกสหพันธ์ที่ไร้ประสิทธิภาพอะนะ) เอาว่าถึงแม้การกระทำของทิทันส์จะเลวร้ายอย่างไม่น่าให้อภัย แต่ความรับผิดชอบจริงๆมันน่าจะไปตกอยู่กับคนสั่งการระดับบนนะ ไม่ใช่ทหารระดับล่าง...

- อธิบายถึงความพยายามในการสร้างกันดั้มในอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งก็คือพยายามเอาโมบิลสูททั่วไปมาดัดแปลง + เก็บข้อมูล (แรกๆแค่เอาหัวกันดั้มมาใส่เพื่อเก็บข้อมูลเชิงจิตวิทยาด้วยซ้ำ ) เพื่อเอาไปสร้างหุ่นรุ่นใหม่ที่สมกับเป็นกันดั้มขึ้นมา ซึ่งจะไม่เหมือนกับ MkII ที่พยายามใช้เทคโนโลยีใหม่ๆสร้างกันดั้มขึ้นมาเลยดื้อๆ

- การเล่าเรื่องผ่านรูปแบบการว่าความในชั้นศาลก็ทำได้ดีมาก ดูๆไปแล้วทำให้ข้าพเจ้านึกถึงหนังชื่อดังอย่างเรื่อง "A Few Good Men" ด้วยซ้ำ แต่อันนั้นมันแค่การสั่งลงโทษจนทหารตายอย่างไม่ตั้งใจนิ ความยิ่งใหญ่มันเทียบกับคดีในเรื่องนี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ

- ความเน่าเฟะของสหพันธ์ที่แอบทำอะไรอยู่เบื้องหลังก็ถูกเล่าออกมาได้เป็นอย่างดี

- หุ่นประกอบในเรื่องนี้ก็เท่ห์ๆกันทั้งนั้น (ก็ถึงขนาดทำให้ข้าพเจ้าไปซื้อมาต่อเล่นอะนะ อิๆ สนใจก็ไปดูได้ ที่นี่ เลย) ใครอยากดูแบบเต็มๆพร้อมรายละเอียดก็ไปดูที่ เว็บนี้ โลด

(รูปตัวอย่างเหล่าโมบิลสูทที่โผล่ในเล่มแรก)

(เหล่าโมบิลสูทที่โผล่ในเล่มหลัง - อ้ากกก RX-124 TR-6 [Woundwort] กับ MS-09R Rick Dom [Stutzer] นี่มันช่างเท่ห์จริงๆ )

 

(สปอยล์) การแก้ต่างทั้งสี่ข้อ (มีการตัดรายละเอียดออกไปเยอะจนไม่น่าให้อภัย ใครตั้งใจจะอ่านนิยายเรื่องนี้ทีหลังเอง ก็ขอให้ข้ามๆไปซะ)

1. มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ 30 Bunch ที่ทิทันส์ได้ใช้แก๊สพิษฆ่าคนทั้งโคโลนี่อย่างโหดเหี้ยม <= พระเอกแค่ได้รับคำสั่งให้ไปปกป้องยานขนส่งแค่นั้น แล้วก็คอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง โดยไม่ได้รู้เลยว่าข้างในบรรทุกก๊าซ G3 ไว้ <- แต่ถึงรู้ก็คงต้องทำอยู่ดีแหละ เพราะเป็นทหารก็ต้องทำตามหน้าที่ๆได้รับมอบหมายนี่นา

2. ฝ่าฝืนคำสั่งทำการบินอย่างเป็นอันตรายและข่มขู่เจ้าหน้าที่ดูแลหอการบินของสหพันธ์ <= เพราะไอ้พวกสหพันธ์ที่ดูแลหอบังคับการดันเขม่นพวกพระเอกในฐานะที่สังกัดทิทันส์ จนปล่อยให้พวกพระเอกต้องสู้เองโดยลำพัง จนสุดท้ายพระเอกทนไม่ไหวเลยทำการ 'ขู่' เจ้าพวกสหพันธ์โง่ๆนิดหน่อย <- แถมยังถูกพวกนั้นลงโทษโดยการจับขังในคุกเดี่ยวสามวันแล้วด้วยซ้ำ แต่พวกสหพันธ์ดันไม่แจ้งเรื่องนี้

3. ผละหนีจากแนวหน้าระหว่างสงคราม <= จริงๆแล้วพระเอกได้รับคำสั่งจากกัปตันให้นำกันดั้ม RX-124 TR-6 [Woundwort] ไปทำลายทิ้งเพราะเนื่องจากสงครามนั้นรู้ผลแล้ว (พวกผู้บัญชาการใหญ่ๆตายกันหมด) การนำกันดั้มตัวนี้เข้าสู่สนามรบก็เป็นแค่การเพิ่มความเสียหายแก่ทั้งสองฝ่ายอย่างไร้เหตุผลแค่นั้น

4. ทำลายอาวุธใหม่โดยไม่ได้รับอนุญาต <= เหตุผลเดียวกับข้อสาม

 

ความรู้สึกส่งท้ายเกี่ยวกับเรื่องนี้

- สุดยอดจริงๆที่ถึงกับไปหานักบินของฝ่ายซีอ้อนที่เป็นคู่อาฆาต ให้มาเป็นพยานแก้ต่างให้พระเอกได้เนี่ย!

- ตัวละครทุกตัวล้วนมีมิติ ขนาดนักบินฝีมือเยี่ยมของซีอ้อนที่มีความฝังใจกับกันดั้มมาทั้งชีวิต ก็ยังกล้าตัดสินใจกระทำในสิ่งที่ไม่คาดคิด ในตอนท้ายของเรื่องด้วยซ้ำ

- หุ่นสุดยอดของพระเอก RX-124 TR-6 [Woundwort] ไม่ค่อยได้โชว์ความเทพเท่าไหร่ เพราะในตอนจบพระเอกดันขับไปทำลายทิ้ง <- เอาว่าอย่างน้อยๆ แค่ lock on แล้วกดปุ่ม เจ้าหุ่นตัวนี้ก็จัดการสอยเนโม 3 เครื่อง + ยานชั้นซารามิสได้ในชั่วพริบตาโดยอัตโนมัติอีกต่างหาก

- ทุกครั้งที่แก้ต่าง เหล่าสหายศึกที่ได้แยกจากกันไปก็ได้มาพบกัน โดยแต่ละคนได้ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อมาเป็นพยานให้กับพระเอก ตรงจุดนี้นี่อ่านแล้วประทับใจจริงๆ -- อ้อ ตอนจบพระเอกก็พ้นทุกข้อกล่าวหา (แหงล่ะ ... แต่ก็ทำให้ลุ้นจนตัวโก่งเหมือนกัน) แล้วก็ได้กลับเข้าเป็นทหารของทางสหพันธ์ในตำแหน่งครูฝึกสอนนักบินโมบิลสูท ...End

 

.... ฟู่ ครั้งนี้บ่นเยอะจริงๆแฮะเรา เอาน่าก็คนมันชอบกันดั้มนี่นา อ้อ สุดท้ายนี้ข้าพเจ้าขอแถมอีกหนึ่งประโยคจากเรื่องนี้ละกัน

"คนบางคนมักจะเข้าใจผิดว่าอำนาจของกฏหมายเป็นอำนาจของตนเอง"

... อิๆ ฟังแล้วรู้สึกอยากเอาไปบอกให้ใครบางคนฟังจังเลย

Ps. ถ้าใครเป็นแฟนการ์ตูนเรื่อง Lucky Star ก็คงจะจำตอนที่โคนาตะถามพ่อของเธอว่า ถ้ามันมี "กันดั้มกับคดีฆาตกรรมปริศนา" ขึ้นมาจริงๆจะดูรึเปล่า? แล้วพ่อของเธอก็ตอบทั้งน้ำตาว่าคงจะดูเพราะเป็นแฟนของกันดั้มจนถอนตัวไม่ขึ้นแ้ล้ว <= เอาว่าตอนนี้มันมีกันดั้ม+การขึ้นศาลแบบที่เห็นๆกันอยู่ (มีการพูด Objection! กันด้วยนา อิๆ) แถมยังสนุกอีกด้วยแน่ะ! ท่าทางกันดั้มนี่คงจะพัฒนาต่อไปได้อีกไกลละมั้งเนี่ย เหอๆ อย่าทำเป็นเล่นไป

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

น่าอ่านมากครับ เป็นการเล่าเรื่องผ่านมุมมองที่แปลกใหม่
กันดั้มก็เท่ห์ เสียดายภาษาไม่กระดิก sad smile
เลยอดอ่าน
ผมเล่นเจ้า Woundwort ใน G Spirits ,มันเก่งใช้ได้เลยเสียตรงที่กินพลังงานมาก เลี้ยงไว้เก็บยานแม่อย่างเดี๊ยว

#1 By OOB on 2008-05-03 17:54

ถึงคุณ OOB ครับ <= เห ผมเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเจ้าตัวนี้มันไปโผล่ใน G Gen Spirits ด้วยอะ ... ชักอยากจะกลับไปนั่งเล่นต่อแล้วแฮะ (ดองเกมส์นี้ไว้นานพอดูแล้วนะเนี่ย เฮ้อออ )

#2 By หมูนิรนาม on 2008-05-03 18:08

"คนบางคนมักจะเข้าใจผิดว่าอำนาจของกฏหมายเป็นอำนาจของตนเอง"

ประโยคนี้โดนดีครับ open-mounthed smile

#3 By mastermune on 2008-05-04 00:19

กันดั้มมันต้องคนที่โตพอแล้วจริงๆ ถึงจะเข้าใจเสน่ห์ของมัน แต่ผู้ใหญ่บ้านเราเห็นแล้วจะมองว่าเป็นการ์ตูนเด็กเรื่องนึง...

#4 By Char Aznable on 2008-05-04 22:30

open-mounthed smile open-mounthed smile

#5 By mp3 (117.47.182.20) on 2009-07-04 21:47