สรุปอาหาร(ที่กินที่)เกาหลี#1
posted on 18 May 2008 12:52 by whimsy in Korea
อัน นยอง ฮา เซ โย (อยู่มาสามวันพูดได้แค่นี้แหละ
) โดยสำหรับในครั้งนี้ข้าพเจ้าจะขอ สรุปเหล่าอาหารที่ข้าพเจ้ากินไปแล้วที่เกาหลี พร้อมคำวิจารณ์ทั้งชมทั้งด่าแบบไม่ไว้หน้า และไม่ได้ค่าสปอนเซอร์แต่ประการใด ไว้ถ้ามีคนสนใจมากๆอาจจะนั่งถ่ายรูปมันทุกมื้อเลยก็ได้นะ เหอๆ
.... โดยก่อนที่จะพูดถึงอาหาร ข้าพเจ้าขอพูดถึง อาวุธประจำกาย ก่อนซึ่งก็คือ ช้อนกับตะเกียบโลหะ ซึ่งร้านอาหารเกาหลีส่วนใหญ่มักจะใช้กัน (ถ้าเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น เขาจะใช้ตะเกียบที่น่าจะทำจากพลาสติก แต่สีมันออกน้ำตาลดำเหมือนไม้อ่ะนะ) รูปร่างหน้าตาก็เป็นอย่างที่เห็น
(ตะเกียบเหล็กสี่พันปีที่ซื้อจากร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน <- โม้แหล่ว
)
ถ้าจะถามถึงเหตุผลที่ว่าทำไมคนเกาหลีเขาถึงใช้ตะเกียบเหล็กกันอ่ะนะ ตอนนี้ข้าพเจ้า เดา ได้ประมาณเนี้ยอะ ไว้ถ้ามีใครรู้จริงๆก็มาบอกด้วยละกันนะๆ
- เพื่อฝึกข้อมือไว้จับเมาส์หรือยกเกมส์ PSP ประดุจดั่งจอมยุทธ์ที่ฝึกฝนร่างกายด้วยการถ่วงน้ำหนัก
- เพื่อให้ความร้อนจากอาหารถ่ายเทสู่มือทั้งสองได้ง่าย เนื่องจากเกาหลีเป็นประเทศเมืองหนาว กินแค่กิมจิเผ็ดสุดๆ ร้อนปาก ร้อนท้อง ก็ยังไม่พอ มันต้องร้อนมือด้วยอะไรแบบนั้น
- คนเกาหลีส่วนใหญ่ขาดธาตุเหล็ก เลยต้องเสริมเกลือแร่ในส่วนที่ขาดไปด้วยการรับทางตะเกียบ
- คนเกาหลีรู้ััจักระวังตัวตลอดเวลา เผื่อมีใครลอบทำร้ายจะได้เอาช้อนรับดาบ และเอาตะเกียบจิ้มตาทะลุได้
- (ต่อเนื่องจากข้อแรก) คนเกาหลีมือหนัก ถ้าใช้พลาสติกหรือไม้ อาจจะมีการหักคามือได้
.... อืมมมม เท่าที่ลองๆเขียนดูเนี่ย ดูไปดูมามันไม่น่าจะเป็นไปได้ทั้งหมดเลยแฮะ แต่ถ้าถามข้าพเจ้าตอนนี้ ข้าพเจ้าชอบตะเกียบแบบญี่ปุ่นมากกว่าอ่ะนะ แต่ช่างเหอะใช้ๆไปก็อาจจะรู้ถึงข้อดีทีหลังก็ได้มั้ง
ตัวอย่างอาหารที่จะมาแนะนำ + วิจารณ์ในครั้งนี้ (บางครั้งก็ดันลืมถ่ายเพราะมัวแต่อยากจะกินเร็วๆ น่าเคาะกระโหลกตัวเองจริงๆเลยวุ้ย
)
1. บิบิมบับแบบแยกข้าว (5,000 วอนมั้ง) - บิบิมบับในลักษณะนี้จะแตกต่างจากที่ข้าำพเจ้าเคยกินในอดีตก็ตรงที่ ไม่ใช้ชามหินร้อน ไม่ใส่ไข่ แถมยังแยกข้าวมาไว้ในถ้วยต่างหากอีก เวลากินก็ต้องเอาข้าวลงไปคลุกเอง (วุ่นวายจริงวุ้ย) อ้อ เขาจะให้เครื่องเคียงมาด้วยเพียบเลย เช่น กิมจิ-ผักกาดขาว กิมจิ-หัวไชเท้าแบบหั่นเป็นลูกเต๋า สาหร่าย ถั่วต้ม ซุป(หน้าตาคล้ายๆต้มจับฉ่ายบ้านเรา) ปลาเด็กๆ ฯลฯ
(นี่แหละจ้าหน้าตาผักรวมก่อนที่จะแทข้าวลงไป)
(นี่คือตอนที่โปะข้าวลงไปเรียบร้อยแล้ว - ก่อนที่จะโดนบอกให้คลุกทั่วๆ .... ยังคลุกไม่พอ ... คลุกอีก .... คลุกอี้กกก ... มาๆจะคลุกให้ .... ไม่เป็นไรครับผมคลุกเองได้ .... ผมว่าผมชอบแบบนี้นะ .... คลุกอีกเหรอ .... โอเคแล้วน่า .... อะๆ คลุกก็คลุก .... เฮ้ออออ จบเรื่อง จะได้กินซะที <- นึกภาพเอาเองนะ
)
วิจารณ์อย่างไร้ปราณี
- ตัวผักในอาหารจานนี้มันเย็นฟ่ะ!!!! ถึงแม้ข้าวจะร้อนมากๆก็เหอะ (ร้านอาหารไทยยังไม่ร้อนขนาดนี้เลย) กินแล้วเหมือนเอาข้าวร้อนๆไปคลุกกับสลัดผัดเย็นๆ แบบไม่ใส่น้ำสลัดอะ ... ดีต่อสุขภาพ แต่ก็นะ.....
- คุณภาพของข้าวที่นี่ดีมากเลย ขนาดไม่ใช่ร้านอาหารแพงๆด้วยซ้ำ ข้าวเม็ดอ้วนเหนียวหวานหอม สุดยอดจริงๆเลยท่าน
- น้ำซุปที่บอกว่าหน้าตาเหมือนต้มจับฉ่ายอร่อยดีแฮะ ไม่ออกเปรี้ยวๆแบบบ้านเราด้วย ใช้ได้ๆ
- ปริมาณเยอะฉิบ! ข้าวที่เห็นนั่นคือข้าวที่ถูกอัดมาแน่นมากๆนะ (ลองเทียบขนาดกับช้อนซิ) พอคลุกไปคลุกมา มันฟูได้เต็มชามเฉยเลย
<- แต่ไหงคุณ Coor ที่ออกแนววัยรุ่นไฮโซ เวลากินก็สุดแสนจะเรียบร้อย กลับกินหมดก่อนเพื่อนก็ไม่รู้แฮะ ขนาดข้าพเจ้าหิวๆ กินไปได้ครึ่งทางก็น้อคแล้ว นี่กินหมดแถมกินเสร็จก่อนเพื่อนอีก (ข้าพเจ้ากินแบบช้อนจ้ำเอาๆเลยด้วยซ้ำ) ... หรือว่าคุณเธอสามารถใช้กีอาสได้แบบโลโล่ล่ะเนี่ย
2. พิซซ่าเกาหลี ... ทำออกมาเป็นแผ่นแบนๆข้างในมีผักมีเครื่องนิดหน่อย เสริฟพร้อมเครื่องเคียงเป็นกระตั้กเหมือนเดิมเช่น กิมจิ-ไชเท้า, ต้นหอมราดซอส, หัวหอมในซอส, ซุปถั่วงอก แล้วก็สลัดเปรี้ยวจี้ดสีเขียว
(นี่แหละจ้าพิซซ่าเกาหลีแผ่นใหญ่สุดๆ แต่ไหงสองสาวโต้ะข้างๆถึงกินไปยิ้มไป แถมยังกินหมดก่อนทีมข้าพเจ้าที่ช่วยกันกินสามคนซะอีก (พวกข้าพเจ้ากินกันไปได้แค่ครึ่งทางเอง...) <- ท่าทางคนที่ใช้กีอาสได้คงไม่ได้มีแค่ Coor ของเราแล้วละมั้งเนี่ย
)
(นี่แหละจ้าสลัดเปรี้ยวจี้ดสะใจ - แถมยังเหมือนมีเกล็ดน้ำแข็งปนๆบ้างนิดหน่อยด้วยนะ ถ้าไม่มีผักละก็ คงกินเป็นไอศครีมมะนาวแล้วละ)
วิจารณ์เช่นเคย
- พิซซ่ามันจืดแฮะ! .... มันคือแป้ง+เครื่องนิดหน่อย แต่ไม่มีการปรุงรสแม้แต่นิดเลยอะ แต่ถ้าเอาไปกินกับเครื่องเคียงอื่นๆแทนข้าว ก็โอเคนะ เพราะทั้งซอสทั้งกิมจินั่น รสจัดใช้ได้เลย
- เยอะฟ่ะ เยอะอีกแล้ว อะไรมันจะเยอะได้บ้าพลังขนาดนี้เนี่ย (ภาพพิซซ่าที่เห็นนั่นเป็นภาพแบบลู่เข้าหาจุดสายตา)... แต่สองสาวนั่นกินหมดแฮะ .... สงสัยบ้านเราเป็นคนกินน้อยมั้ง (ย้ำว่าปรกติ ตอนอยู่ไทยข้าพเจ้าออกตระเวนฟาดบุฟเฟ่ต์มานักต่อนักแล้วนะ)
- สลัดเปรี้ยวนั่นแปลกดีแฮะ กินแก้เลี่ยนได้อย่างดีเลย ชอบๆ (ถ้าทำเป็นน้ำแข็งใสรสนี้จะยิ่งชอบ)
3. ต้มกระดูกหมูในน้ำซุปเกาหลี (ราคารวมค่าพิซซ่าเกาหลีด้วยก็คนละ 9,000 วอน) - .... อืมมม จริงๆชื่อมันก็บอกทุกอย่างแล้วอะนะ ชอบที่เขายกเอาเตาแก้สมาตั้งให้ด้วย อากาศข้างนอกจะหนาวยังไง ก็ไม่ต้องห่วงว่าปากและท้องของท่านจะไม่ร้อน (ไฟแล่บ)
(นี่แหละจ้า หน้าตาของต้มกิมจิกระดูกหมู)
วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง (ยังไม่หมดเทิร์นเฟ้ยยยยยย)
- กระดูกหมูตุ๋นมาได้นุ่มมาก!!!!!!!!!!! แค่เอาลิ้นดันเนื้อก็หลุดจากกระดูกแล้ว แปลกใจจริงๆที่ตุ๋นมาซะขนาดนี้ แต่เนื้อไม่แข็งเหมือนเนื้อในก๋วยเตี๋ยวบ้านเราที่ต้มทิ้งไว้ซะจนแข็งโป้ก ที่สำคัญขนาดแต่ละชิ้นก็ใหญ่เป้งๆ ประมาณ 3/4 ของความยาวตะเกียบได้มั้ง แถมยังมีเต็มชามซะอีก กินกับข้าวสวยร้อนๆ คุณภาพดีนี่ยอดจริงจริ้ง
- น้ำซุปกิมจิเดือดๆก็แซ่บหลายเด้อ แบบนี้แหละพี่ล่ะชอบนักแล
4. สเต้กราดซอสกิมจิ ที่มาพร้อมกับ ซุป, ผักดอง, ขนมปัง, กินจิ, ข้าวผัดเนย, สลัด, ข้าวโพดต้ม จากสวนอาหารแห่งหนึ่ง (5,500 วอน)
(อืมมมมม ปริมาณเยอะอีกแล้ว .... อะไรมันจะขนาดนี้เนี่ย
)
วิจารณ์กันต่อไป
- กิมจิอีกแล้ว!!!! ขนาดสั่งอาหารฝรั่งไปนะเนี่ย มีกิมจิมาเป็นเครื่องเคียงนี่ยังไม่เท่าไหร่ นี่เล่นทำเป็นซอสกิมจิมาให้เลย .... เอาเป็นว่าถ้าใครเกลียดกิมจิไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดๆ รับรองว่าอยู่แบบไม่มีความสุขแน่ๆ <= ส่วนข้าพเจ้าน่ะเหรอ ... ชอบขนาดที่กินกิมจิกับขนมปังปิ้งก็เคยทำมาแล้ว อิๆ
- แป้งเพียบเลยวุ้ย <- มีข้าวมาให้แล้วจะให้ขนมปังมาอีกทำไมฟะ คนแถวนี้กินกันดุจริงๆ
- ซุปครีม (เพราะไม่เจอแม้แต่วิญญาณของเห็ด ไก่ หรืออะไรพวกนั้นแต่อย่างใด) อร่อยดีแฮะ อร่อยกว่าที่คิด ร้านอาหารไทยบางเจ้ายังทำดีแบบนี้ไม่ได้เลย
5. ซูซิราคาถูกจากร้านใกล้บ้าน (5,500 วอน) - ราคาถูกที่สุดแล้วละมั้ง กินอาหารเกาหลีทั่วไปยังแพงกว่าเลย มีหน้าอะไรบ้างก็เป็นอย่างที่เห็น
(ซูซิราคาถูกที่กินไป - โปรดสังเกตุวาซาบิ มันจะถูกปาดไว้ที่ขอบถ้วยน้ำจิ้ม ถ้าใครชอบกินแบบไทยๆ ก็เอาตะเกียบกระทุ้งมันลงไปในน้ำจิ้มได้เลย)
(เนื่องจากเป็นลูกค้าคนสุดท้าย [หรือเพราะทำตัวเป็นกระเหรี่ยงเข้ากรุงสุดๆ] เจ้าของร้านก็เลยให้ซูซิเพิ่มอีกจาน - ที่เห็นแบบนี้เพราะกินไปคำนึงแล้วเพิ่งนึกได้ว่าน่าจะถ่ายรูปไว้ <- ไอ้ที่หายไปมันอยู่ในปากข้าพเจ้าตอนนั้นนั่นแหละ
)
วิจารณ์แบบซื่อสัตย์ (ถึงแม้จะได้ซูซิฟรีมากินก็ไม่ลำเอียง)
- คุณภาพของข้าวซูซิดีมาก!!!!! ข้าวนุ่มไม่แข็ง อุณหภูมิก็กำลังพอดี ปรุงรสข้าวมาก็ถูกต้อง ดีกว่าซูซิถูกๆในไทยที่ ข้าวแข็ง แถมเป็นข้าวเปล่าที่ไม่ปรุงรสบ้าอะไรเลยพวกนั้นด้วยซ้ำ
- ความสดและอุณหภูมิของตัวปลาก็เยี่ยมมาก ไม่มีเกล็ดน้ำแข็งเกาะ ไม่แข็งโป้กเหมือนเพิ่งเอาลงมาจากตู้เย็น แบบบางร้านในบ้านเรา
- วาซาบิฉุนได้ใจจอร์จมาก แต่ตรงนี้ต้องขอบอกก่อนว่ายังไม่แน่ใจว่าเป็นวาซาบิสดรึเปล่า หน้าตาเหมือนเป็นวาซาบิผงแล้วเอามาใส่น้ำเองทีหลัง แต่รสชาติโอเคละกัน
- ไอ้ซูซิของแถมนั่นก็โอเคนะ คือทูน่าสุก (ที่เรามักจะเอาไปใส่ในแซนด์วิชทูน่านั่นแหละ) + ผักต่างๆรอบๆ <- เอาว่าถ้าข้าวเขาปรุงมาดีซะอย่างจะทำอะไรก็โอเคแหละ อ้อ บอกนิดว่าสำหรับคนที่ชอบทานซูซิแต่ไม่ชอบหน้าปลาดิบ เกาหลีคือคำตอบของคุณ เพราะที่นี่มีหน้าแปลกๆที่คนญี่ปุ่นคงจะร้องไห้ถ้ามาเห็นเข้าเยอะแยะ แต่รับรองได้เลยว่าอร่อยและไม่มีของดิบแน่ๆ เช่น ซูซิหน้าสลัดผัดใส่กุ้งต้มตัวใหญ่ๆ+น้ำสลัดอะไรแบบนั้น
ส่งท้ายนิดหน่อย ... ฟู่ ประเดิมครั้งแรกก็ประมาณนี้ก่อนละกัน ไว้ถ้าเสียงตอบรับดีจะถ่ายมาลงให้ดูกันอีก
Ps. เพิ่งรู้ว่าต้องไปเข้าร่วม orientation (หรือว่างานล้างสมองให้รักเกาหลีหว่า
) ห้าวันรวดแฮะ ... เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าอาจจะหายหน้าไปซักพัก แต่อาจจะกลับมาพร้อมกับรูปอาหารที่เขาเลี้ยงทุกมื้อก็ได้นะอิๆ ของฟรี กินไม่อั้นเนี่ย ชอบอยู่แล้ว

แบบนี้ลงต่อ 555 +++
#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-05-18 15:16